posttoday
พุทธศาสนากับหลัก3R(ต่อ)

พุทธศาสนากับหลัก3R(ต่อ)

22 กันยายน 2559

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี

หลัก 3R คือ Reduce Reuse Recycle ถือเป็นวิธีคิดวิธีทำที่มุ่งเน้นในเรื่องของการใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำไปใช้ใหม่ สำหรับการแก้ปัญหา และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

หลัก 3R นี้ มีมาตั้งแต่พุทธกาล ดังได้กล่าวไปแล้วในบทความตอนที่แล้ว (ในกรณีของ Reuse)

เรื่องที่ 2 กรณี Reduce

พระพุทธเจ้าทรงกำหนดเครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุที่สอดคล้องกับ “หลัก 3R” ในเรื่องการลดการใช้ หรือ Reduce กล่าวคือ “ใช้เท่าที่จำเป็นใช้เพียงป้องกันความหนาวเย็น” โดยทรงอนุญาตเฉพาะไตรจีวร คือ ผ้าสังฆาฏิสองชั้น จีวร และสบง แต่ในกรณีของอติเรกจีวร คือ มีจีวรมากกว่าผ้าที่อธิษฐานเป็นไตรจีวร ตามพระวินัยสามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 10 วัน และสามารถทำเป็นวิกัปอติเรกจีวร คือ ทำให้เป็นสองเจ้าของเพื่อจะได้ไม่ต้องอาบัติ เพราะเก็บไว้เกินกำหนด โดยความเป็นมาของเรื่องอติเรกจีวรนี้ เนื่องจากมีผู้ถวายจีวรแด่พระอานนท์แล้วท่านประสงค์จะเก็บไว้ถวายพระสารีบุตร ซึ่งขณะนั้นอยู่ต่างเมืองประมาณ 10 วันจึงจะเดินทางมาถึง พระอานนท์ได้เข้าไปทูลถามพระพุทธองค์ว่าจะปฏิบัติอย่างไรกับอติเรกจีวรดี จึงทรงมีพุทธบัญญัติให้เก็บรักษาอติเรกจีวรไว้ได้ไม่เกิน 10 วัน

เรื่องที่ 3 กรณี Recycle

เหตุการณ์หนึ่งที่พระมเหสีของพระเจ้าอุเทน แห่งนครโกสัมพี เลื่อมใสในการแสดงธรรมของพระอานนท์ จึงได้ถวายจีวรจำนวน 500 ผืน แด่พระอานนท์ แต่เมื่อพระเจ้าอุเทนทรงทราบจึงตำหนิพระอานนท์ที่รับจำนวนมาก เมื่อได้โอกาสจึงนมัสการถามว่าเอาจีวรมากมายไปทำอะไร ฝ่ายพระอานนท์ก็ไขข้อข้องใจให้แก่พระเจ้าอุเทนทรงทราบว่า… “แบ่งถวายแก่พระภิกษุผู้มีจีวรเก่าคร่ำคร่า”

ฝ่ายพระเจ้าอุเทนก็ถามต่อว่า “แล้วจะเอาจีวรเก่าคร่ำคร่าไปทำอะไร”

“เอาไปทำผ้าดาดเพดาน” พระเจ้าอุเทนได้ยินก็ถามต่อว่า “จะเอาผ้าดาดเพดานเก่าไปทำอะไร”

“เอาไปทำผ้าปูที่นอน” พระเจ้าอุเทนก็ยังคงถามต่อว่า “จะเอาผ้าปูที่นอนเก่าไปทำอะไร”

“เอาไปทำผ้าปูพื้น” พระเจ้าอุเทนก็ถามต่ออีกว่า “จะเอาผ้าปูที่นอนพื้นเก่าไปทำอะไร”

“เอาไปทำผ้าเช็ดเท้า” พระเจ้าอุเทนถามต่อว่า “จะเอาผ้าเช็ดเท้าเก่าไปทำอะไร”

“เอาไปโขลกขยำกับโคลนแล้วฉาบทาฝา” ได้ฟังคำตอบของพระอานนท์ ดังนั้นพระเจ้าอุเทนก็ทรงเลื่อมใส จึงถวายผ้าจีวรอีก 500 ผืน แด่พระอานนท์

เหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าพระอานนท์ไม่ได้เห็นสิ่งของที่เก่าแล้ว ชำรุดแล้วเป็นขยะ แต่ท่านกลับมองสิ่งเหล่านั้นเป็นของชิ้นใหม่ คือ จัดการแปรรูปเปลี่ยนลักษณะของเสียก็กลายเป็นของใช้ใหม่ได้ จนกว่าของชิ้นนั้นจะคงประโยชน์ถาวรหรือหมดประโยชน์แล้วเท่านั้น จึงละความพยายาม จากเหตุการณ์นี้ทำให้พระอานนท์ได้ชื่อว่าเป็นพระสมณบุตรผู้ประหยัด ซึ่งเหตุการณ์นี้สอดคล้องกับหลัก 3R ในเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ Recycle นั่นเอง

โดยหลักการแล้ว การคัดแยกขยะที่เกิดขึ้นให้เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน ขยะเหล่านั้นก็สามารถนำไปจัดการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการคัดแยกขยะเบื้องต้นตามครัวเรือนควรจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ (ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะอันตราย) หากเราทุกคนมีการคัดแยกและจัดการอย่างเหมาะสมแล้ว การจัดการขยะโดยรวมของภาครัฐก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ครับผม !

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท