posttoday
บลจ.บัวหลวงซื้อRJH

บลจ.บัวหลวงซื้อRJH

22 กันยายน 2559

RJH เนื้อหอมธุรกิจมีโอกาสเติบโตดี บลจ.บัวหลวงดอดเก็บหุ้นเพิ่ม มั่นใจธุรกิจโรงพยาบาลอนาคตรุ่ง

RJH เนื้อหอมธุรกิจมีโอกาสเติบโตดี บลจ.บัวหลวงดอดเก็บหุ้นเพิ่ม มั่นใจธุรกิจโรงพยาบาลอนาคตรุ่ง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง ได้มาหุ้นของบริษัท โรงพยาบาลราชธานี (RJH) จำนวน 2.17% ส่งผลให้มีหุ้นทั้งสิ้น 5.7% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า RJH มีสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) 37 เท่า ถูกกว่ากลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ซื้อขายพีอี 45-50 เท่า ส่วนบริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH) ที่ราคาหุ้นละ 40.25 บาท พีอี 25.69 เท่ากับบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกันและต่ำกว่ามาก เมื่อเทียบกับพีอีของกลุ่มโรงพยาบาลและยังมีเงินปันผล 0.65 บาท

ทั้งนี้ TNH รายงานผลดำเนินงานประจำปี (ส.ค. 2558-ก.ค. 2559) ว่ามีกำไรสุทธิ 282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 206 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล คาดผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2559 กลุ่มจะมีกำไรจะสูงสุดจากผลของฤดูกาล (โรคต่างๆ ที่มากับฤดูฝน) และคนไข้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนและปีนี้วันถือศีลอด (รอมฎอน) ตกงวดไตรมาส 3 เพียง 7 วัน เทียบกับปีก่อนที่ 21 วัน

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ให้มูลค่าเหมาะสม 27 บาท เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีการกระจายตัวของคนไข้ที่ดีมีการเติบโตต่อเนื่อง และยังได้รับประโยชน์ทางภาษี หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์เป็นครั้งแรกในประเทศ

สำหรับบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) มีมูลค่าเหมาะสม 220 บาท แม้กำหนดเป้ารายได้ทรงตัว แต่แผนการลดต้นทุนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย รวมทั้งการเร่งเปิดคลินิกทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยน่าจะช่วยหนุนกำไรปีนี้จะยังเติบโต 7% และเพิ่มขึ้นอีก 10.7% ในปีหน้า ส่วนหุ้นขนาดกลาง บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) ให้มูลค่า 14 บาท จะพลิกกลับมาเติบโตก้าวกระโดดทั้งจากช่วงฤดูกาลและการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลเก่าและการเตรียมขยายสาขาใหม่ และจากการประชุมนักวิเคราะห์ ทำให้มั่นใจว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตถึง 34% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 ขณะที่รายได้จาก WMC ดีขึ้นเป็นลำดับจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะเริ่มเห็นกำไรในปีหน้า

ขณะเดียวกัน RJH ให้มูลค่า 24 บาท คาดปีนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่าเท่าตัว จากทำเลที่ดี และการยกระดับการให้บริการศูนย์โรคหัวใจและไตเทียม บวกกับราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นสูง 17.6% ส่วนบริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) ให้มูลค่า 12 บาท คาดปีนี้เติบโตถึง 70% และโตแรงต่อเนื่องในปี 2560 จากเปิดเพิ่ม 9 ศูนย์ ส่วนราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นอีก 42% โดยยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากดีลโรงพยาบาลเดชาที่คาดจะทราบผลสิ้นเดือนนี้

ด้านราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลปรับตัวขึ้นหลายตัว อาทิ BDMS ปิดที่ 22.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 1.79% ขณะที่ RJH ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ขึ้นไปถึง 22 บาท ก่อนปิดที่ 21.70 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 5.34%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท