
เฟดคงดอกเบี้ยเงินบาทยังแข็งค่าตามภูมิภาค
ธปท.ระบุหลังเฟดคงดอกเบี้ยค่าเงินบาทเงินยังปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 34.64-34.67 เหรียญสหรัฐ ผันผวนเพิ่มเล็กน้อย 3.5% แนะระวังความเสี่ยงต่อเนื่อง
ธปท.ระบุหลังเฟดคงดอกเบี้ยค่าเงินบาทเงินยังปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 34.64-34.67 เหรียญสหรัฐ ผันผวนเพิ่มเล็กน้อย 3.5% แนะระวังความเสี่ยงต่อเนื่อง
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลาสหรัฐฯ ( FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25 - 0.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 20-21 ก.ย.ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินสกุลภูมิภาคส่วนใหญ่ยังโน้มแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก เนื่องจากผลการประชุมเป็นไปตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ กอปรกับในแถลงการณ์ของธนาคารสหรัฐ (เฟด) เริ่มแสดงความมั่นใจถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เข้มแข็งขึ้น รวมทั้งกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้
"ในส่วนของเงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยช่วงเช้าเคลื่อนไหวในช่วง 34.64 - 34.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.3% จากระดับที่ปิดตลาดเมื่อวานนี้ ขณะที่ค่าความผันผวนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 3.5% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลดลงเล็กน้อย สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ"นางจันทวรรณกล่าว
ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินสกุลต่างๆ ในวันนี้น่าจะเป็นการตอบสนองของตลาดในระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะยาวยังคงต้องติดตามปฏิกิริยาของตลาดต่อไป เพราะยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด และของประเทศหลักอื่นๆ เช่น เมื่อวานนี้ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ก็ได้ปรับกรอบการดำเนินมาตรการนโยบายการเงินที่จะเข้าดูแลระดับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว และการเข้าซื้อสินทรัพย์และการใช้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นติดลบ ดังนั้น ปัจจัยภายนอกยังเป็นสิ่งที่กระทบภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดโลก ทุกฝ่ายจึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรองรับกับความผันผวนในอนาคต อย่างไรก็ดีต้นปีถึงปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งขึ้นประมาณ 3.8%







