
วางเป้าแชมป์เอเชีย
กสอ.ตั้งเป้าปี 2560 ดันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเป็นเบอร์ 1 ด้านมูลค่าการค้าของเอเชีย คาดปี 2559 โต 5-10%
กสอ.ตั้งเป้าปี 2560 ดันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเป็นเบอร์ 1 ด้านมูลค่าการค้าของเอเชีย คาดปี 2559 โต 5-10%
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.เตรียมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยในด้านมูลค่าการค้าให้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียให้ได้ภายในปี 2560 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 3 ในเอเชียรองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยจะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ในการสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยให้เป็นที่เชื่อถือในระดับโลกก่อน จากนั้นจะส่งเสริมให้เกิดการสร้างแบรนด์ที่เป็นของคนไทยเพื่อส่งออกมากขึ้นและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
ทั้งนี้ กสอ.ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นต้น เพื่อศึกษาแนวทางการวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางของไทย และจัดตั้งศูนย์บูรณาการเครื่องสำอางสู่ระดับสากล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการ 300 ราย เพื่อร่วมยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง โดย 100 รายแรกเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดจะดำเนินการ กลุ่มที่ 2 จำนวน 100 ราย เริ่มผลิตแต่ยังไม่เติบโต และอีก 100 รายที่เหลือมีการผลิตแต่ยังไม่ส่งออก ซึ่งจะร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมกับ กสอ.
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ส่งออกสัดส่วน 40% มูลค่าประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งการส่งออกกว่า 50% อยู่ในอาเซียน ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการค้าอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และในปี 2559 คาดว่ามูลค่าการค้าอุตสาหกรรมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 5-10% เนื่องจากสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดอาเซียน และเร็วๆ นี้ จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปขยายช่องทางการค้าในห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะเปิดดำเนินการในเมืองตองจี ประเทศเมียนมา ด้วย
อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านเครื่องสำอางของโลกได้ ต้องแก้จุดอ่อนการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุด ได้แก่ ปัญหาด้านนวัตกรรม ปัญหาด้านมาตรฐาน ปัญหาด้านภาพลักษณ์และการสร้างตราสินค้า และปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ ดังนั้น กสอ.จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการแก้ไขและพัฒนาในปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบาย 4.0 ของไทยที่ต้องผลักดันอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม







