posttoday
ธปท.คาดเริ่มปีหน้า ใช้เสียง ม่านตา แสดงตัวตน

ธปท.คาดเริ่มปีหน้า ใช้เสียง ม่านตา แสดงตัวตน

21 กันยายน 2559

ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดเทคโนโลยีการเงินใหม่จะช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องไปแสดงตัวตนที่สาขาได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป หลังจากเปิดให้ผู้สนใจเข้าทดลองการให้บริการทางการเงินผ่านศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)

ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดเทคโนโลยีการเงินใหม่จะช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องไปแสดงตัวตนที่สาขาได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป หลังจากเปิดให้ผู้สนใจเข้าทดลองการให้บริการทางการเงินผ่านศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)

วิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.จะออกประกาศเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน บริษัทผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) บริษัททั่วไป บุคคล ฯลฯ ที่สนใจจะออกผลิตภัณฑ์และให้บริการทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่ซ้ำและไม่เหมือนที่มีอยู่แล้วในไทย ให้เข้ามาร่วมกับศูนย์ทดสอบ คาดว่าจะเปิดให้ยื่นได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้า โดยตั้งแต่ 14 ก.ย.-15 ต.ค.ปีนี้ ธปท.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ธปท.คาดหวังว่าศูนย์ทดลองนี้จะเป็นอีกกลไกที่สนับสนุนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ให้บริการ และนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป ปัจจุบันในต่างประเทศเองก็มีการทำ Regulatory Sandbox แล้ว เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น

สำหรับข้อดีของผู้ที่เข้ามาร่วมกับศูนย์ คือ เมื่อทดลองในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี แล้วพบว่า บริการนั้นๆ มีความปลอดภัยของระบบไอที ทำให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองและสะดวกสบาย เมื่อยื่นขออนุญาตเปิดให้บริการจริง ก็จะได้รับการพิจารณาอนุมัติเร็วกว่าปกติ เนื่องจาก ธปท.รับรู้ข้อมูลการให้บริการมากกว่ารายอื่นๆ มาอย่างต่อเนื่อง ต่างจากรายที่มายื่นขอเปิดให้บริการตามช่องทางปกติ ที่ ธปท.อาจจะใช้เวลาในการพิจารณามากกว่า

วิเรขา กล่าวว่า จากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ต่อเนื่อง ต่อไปลูกค้าอาจไม่จำเป็นต้องมาแสดงตัวตนที่สาขาธนาคารพาณิชย์ หรือที่ทำการของผู้ให้บริการ หากเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถมาทดแทนกระบวนการต่างๆ ในการให้บริการทางการเงินได้มากขึ้น เช่น ในต่างประเทศมีการถ่ายรูปเซลฟี่เพื่อแสดงตัวตนได้แล้ว หรืออาจจะใช้เสียง ใช้การสแกนม่านตา หรือบางประเทศใช้หุ่นยนต์ในการเปิดบัญชี หรือใช้โทรศัพท์มือถือในการใช้บริการทางการเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เป็นต้น

“การไม่ต้องไปแสดงตัวตนที่สาขาอาจจะเริ่มได้ในปีหน้าเลยก็เป็นได้ เพราะเริ่มมีผู้คิดค้นบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ช่วงแรกๆ อาจจะให้ทำได้โดยมีเงื่อนไข เพราะถ้ากระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการให้รู้จักลูกค้า (KYC) สามารถทำผ่านเทคโนโลยีได้ มีความปลอดภัย การไปแสดงตัวแบบเดิมก็อาจไม่จำเป็น”วิเรขา กล่าว

สำหรับผู้ให้บริการที่จะมาเข้าร่วมทดลองให้บริการในศูนย์นั้น จะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงิน การรับชำระเงิน การโอนเงิน และธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ บริการที่ธนาคารพาณิชย์ไปร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพผ่านเวนเจอร์แคปปิตอล บริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ โดย ธปท.ไม่จำกัดขนาดเงินทุน สำหรับบริษัทที่จะเข้าร่วมทดลอง แต่อาจจะจำกัดกลุ่มคนที่ร่วมทดลอง เพื่อให้ผู้ทดลองสามารถรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการได้หากเกิดความเสียหาย

อย่างไรก็ดี บริการใหม่ๆ ที่จะมาให้เห็นแน่ๆ ในไทยในปี 2560 คือ เงินอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Currency) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data/Analytic) เพื่อเสนอบริการแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น การเก็บข้อมูลบนอากาศ (Cloud Computing) การระดมทุน (Crowdfunding) การให้กู้ยืมระหว่างบุคคล (P2P Lending/Payment) ซึ่งขณะนี้ P2P มีผู้แสดงความสนใจเข้าขอใบอนุญาตกับ ธปท.แล้ว 20 ราย และผู้ให้บริการข้ามพรมแดน (Cross Border Service Providers)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท