
อะฟลาท็อกซินในถั่วลิสง
อีกไม่กี่วันเทศกาลกินเจก็จะเวียนกลับมาถึงอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบยอดนิยมที่พบเจอได้ในเมนูอาหารเจต่างๆ ก็คือ “ถั่วลิสง” ที่ถือเป็นธัญพืชมากคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนสูง สามารถนำมารับประทานเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้
อีกไม่กี่วันเทศกาลกินเจก็จะเวียนกลับมาถึงอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบยอดนิยมที่พบเจอได้ในเมนูอาหารเจต่างๆ ก็คือ “ถั่วลิสง” ที่ถือเป็นธัญพืชมากคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนสูง สามารถนำมารับประทานเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้
แต่ที่ผ่านมามักมีข่าวแจ้งเตือนบ่อยครั้งถึงความกังวลเรื่องการปนเปื้อนของ “อะฟลาท็อกซิน” ในถั่วลิสง เนื่องจากสารตัวนี้เป็นสารอันตราย ถึงขนาดที่องค์การอนามัยโลกจัดให้สาร อะฟลาท็อกซินเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะปริมาณของอะฟลาท็อกซินเพียง 1 ไมโครกรัม สามารถทําให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ หากได้รับอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด นิตยสารฉลาดซื้อ ได้นำเสนอผลทดสอบหาการปนเปื้อนของสารอะฟลาท็อกซินในถั่วลิสง โดยได้สุ่มเก็บตัวอย่างถั่วลิสงดิบ จำนวน 11 ตัวอย่าง จากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสดในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งผลที่ได้ถือว่าเป็นข่าวดีต้อนรับเทศกาลกินเจ พบว่าถั่วลิสงดิบ 11 ตัวอย่างที่นำมาทดสอบ มีถึง 10 ตัวอย่างที่ไม่พบการปนเปื้อนของอะฟลาท็อกซิน ขณะที่อีก 1 ตัวอย่างที่พบการปนเปื้อน ก็พบในปริมาณไม่ถึง 2 ไมโครกรัมต่อถั่วลิสง 1 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่าค่ามาตรฐานที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดคือ พบได้สูงสุดไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อ 1 กิโลกรัม
คำแนะนำในการเลือกซื้อถั่วลิสงให้ปลอดภัยจากอะฟลาท็อกซิน อันดับแรกคือ ต้องเลือกถั่วที่อยู่ในสภาพใหม่ เมล็ดเต็มสวยงาม ไม่แตกหัก ไม่ลีบ รูปร่างและสีไม่ผิดปกติ ที่สำคัญคือต้องไม่ขึ้นรา ลองดมดูแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นหืน สำหรับถั่วลิสงดิบแบบที่บรรจุถุงต้องดูวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของเชื้อราอะฟลาท็อกซินได้ ส่วนความคิดที่ว่า หากพบเจอส่วนที่ขึ้นราแค่ตัดส่วนนั้นทิ้ง ส่วนที่เหลือยังสามารถนำมารับประทานได้นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด







