
‘เอชพี’หวังตลาดเกม
เอชพีโดยร่วมวงตลาดเกม ปูพรม 10 รุ่นใหม่ ทั้งเดสก์ท็อป-โน้ตบุ๊กเสริมรายได้
เอชพีโดยร่วมวงตลาดเกม ปูพรม 10 รุ่นใหม่ ทั้งเดสก์ท็อป-โน้ตบุ๊กเสริมรายได้
นายปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมรายได้จากทั่วโลกของเอชพีกว่า 4.3 แสนล้านบาท มาจากกลุ่มคอมพิวเตอร์ 60% เครื่องพิมพ์ 40% และยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง โดยรายได้ส่วนใหญ่กว่า 60% มาจากประเทศในฝั่งเอเชียแปซิฟิก
ทั้งนี้ เอชพีได้เพิ่มสินค้าในกลุ่มเกมมิ่งเข้ามาทำตลาด เพราะเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง แบ่งเป็น มือสมัครเล่น มีสัดส่วนการใช้จ่ายมีมากถึง 32% ของภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก มีอัตราการใช้จ่ายค่าอุปกรณ์สูงถึง 2 หมื่นบาท ซอฟต์แวร์ 6,000-7,000 บาท/ปี ส่วนนักเล่นมืออาชีพแม้จะมีตัวเลขเพียง 5% แต่มีการใช้จ่ายค่าอุปกรณ์มากถึง 3 หมื่นบาท และซอฟต์แวร์สูงถึง 1 หมื่นบาท/ปี จึงต้องหาสินค้าเข้ามาตอบโจทย์ตลาดให้มากขึ้น
ขณะนี้เทรนด์ความต้องการสินค้าเปลี่ยนเร็วมาก ทำให้ทุกแบรนด์ต้องปรับตัว จากในอดีตการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีและโน้ตบุ๊กจะเป็นเรื่องของการทำงานหรือไลฟ์สไตล์ แต่ตอนนี้เป็นการเล่นเกมและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งบริษัทมีแผนจะนำสินค้าในกลุ่ม 3D พรินเตอร์เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานในตลาดให้มากขึ้น
จากผลวิจัยของนิวซู (NewZoo) เกี่ยวกับมูลค่าตลาดเกมของไทยไม่รวมฮาร์ดแวร์นั้นมีกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท มาจากจำนวนสมาร์ทโฟนที่ใช้งานในประเทศ คำนวณค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายด้านไอเท็มต่างๆ ที่ซื้อผ่านมือถือ รวมทั้งรายได้ของสโตร์ (กูเกิล, ไอโอเอส) ทำให้มีตัวเลขสูงมาก แม้ว่าทางซิป้าเองจะไม่ได้เก็บข้อมูลจากการใช้จ่ายของตลาดเกมมือถือและการใช้จ่ายผ่านมือถือ แต่มูลค่าตลาดเกมออนไลน์ก็สูงถึง 5,732 ล้านบาทเช่นกัน
สำหรับการเปิดตัวสินค้ากลุ่มเกมมิ่งภายใต้ชื่อ โอเมน (OMEN) ของบริษัท จะแบ่งเป็น โน้ตบุ๊ก 4 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 3.99 หมื่นบาท และเดสก์ท็อป 6 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 4.59 หมื่นบาท รวมทั้งหมดเป็น 10 รุ่น เฉพาะตลาดเอเชีย คือ ไทยและจีน ที่จะทำตลาดร่วมในเดือนที่ผ่านมา โดยกลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นเรื่องอินโนเวชั่นของสินค้าที่มีความชัดเจน เพิ่มพาร์ตเนอร์ในการทำตลาดร่วมกันให้มากขึ้น และบริการที่จะเปิดเพิ่ม เพื่อให้บริการออนไซต์เซอร์วิสและตอบคำถามออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้นซึ่งจะเห็นภาพชัดขึ้นในปีหน้า
“สินค้าในกลุ่มเกมมิ่งนั้น จำเป็นต้องมีสเปกเครื่องที่ค่อนข้างสูงและให้เพอร์ฟอร์แมนซ์ในการทำงานอย่างรวดเร็ว โดยเครื่องพีซีสำหรับการทำงานแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ ความนิยมจึงตกไปที่เครื่องประกอบเป็นส่วนมาก การเข้ามาทำตลาดเครื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์สูง แม้จะมีราคาสูงด้วยแต่ก็ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี” นายปวิณ กล่าว







