posttoday

ขนมขบคิดอร่อยดีมีประโยชน์

22 สิงหาคม 2553

จุดเด่นของขนมขบคิดที่ทำให้ลูกค้าสนใจ คือ การเลือกวัตถุดิบที่มาปรุงให้มีรสชาติที่แปลกใหม่ พยายามลดไขมันให้น้อยที่สุด ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารกันบูด...

จุดเด่นของขนมขบคิดที่ทำให้ลูกค้าสนใจ คือ การเลือกวัตถุดิบที่มาปรุงให้มีรสชาติที่แปลกใหม่ พยายามลดไขมันให้น้อยที่สุด ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารกันบูด...

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

ปัจจุบันตลาดขนมขบเคี้ยวมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย ทั้งที่มีแบรนด์และไม่มีแบรนด์วางขายในตลาดนัดทั่วไป ดังนั้นการจะทำให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักจำเป็นต้องหาความแตกต่าง สร้างจุดเด่น และสามารถเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้ด้วย

ขนมขบคิด จึงไม่ใช่เพียงแค่ขนมปังกรอบ หลากรสชาติที่สร้างความอร่อยอย่างเดียว แต่กว่าจะนำสินค้านี้ออกสู่ตลาดได้ ต้องผ่านการขบคิด การวิจัย และปรับกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน เพื่อให้ตรงกับเป้าหมายที่ว่า เป็นขนมปรารถนาดีไม่มีพิษภัย

พีระพล เลาหเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินสาลี สแน็ค แอนด์ บิสกิต เจ้าของ “ขนมขบคิด” ตั้งแนวคิดในการผลิตขนมปังกรอบ หรือขนมขบเคี้ยว ว่า ต้องไม่ทำลายสุขภาพผู้บริโภค เพราะหากมองขนมที่ขายในปัจจุบันกำลังสร้างปัญหาให้กับสุขภาพ ทั้งไขมัน ความเค็ม ความหวาน และความกรอบที่มาจากกระบวนการทอด จึงคิดว่าน่าจะทำอะไรที่ช่วยปรับปรุงขนมขบเคี้ยวของไทยได้บ้าง

ขนมขบคิดอร่อยดีมีประโยชน์ พีระพล

แม้จะมีประสบการณ์จากการเข้าไปร่วมบริหารโรงงานขนมขบเคี้ยว ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวมาก่อน แต่การทำให้ขนมมีความแปลกใหม่ พีระพลเชื่อว่าควรจะทำงานให้มากขึ้นด้วยงานวิจัย ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต โดยมีโอกาสไปร่วมกับโครงการของกองทุนสนับสนุนเพื่อการวิจัย (สกว.) ซึ่งจะมีนักวิจัยของโครงการเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าให้ตรงตามคอนเซปต์ตามที่เจ้าของต้องการ

กำหนดแนวคิดของขนมไว้ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.แครกเกอร์ที่ทำจากข้าวไทย และ 2.การลดใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ทั้งสองเรื่องได้งานวิจัยออกมาดีมาก โดยเฉพาะวิธีอบขนม สามารถเปลี่ยนจากเดิมใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เป็นเชื้อเพลิง มาใช้ไฟฟ้าด้วยระบบไมโครเวฟ อินฟาเรดฮีตเตอร์ ลดขนาดของเครื่องจักรจากความยาว 60 เมตร เหลือเพียง 8 เมตร และยังลดขนาดพื้นที่โรงงานได้ 75%

หลังจากได้คำตอบจากโจทย์ที่ส่งไปยังนักวิจัยแล้ว พีระพล ยังมีความพยายามคิดค้นสูตรขนมขบเคี้ยวและรสชาติให้มีความหลากหลายต่อไป โดยนำเอาประสบการณ์ที่ได้เจอหรือมองเห็นสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับขนม อาทิ การนำไหมข้าวโพดอ่อนมาเป็นไฟเบอร์ในการผลิตขนมปัง ซึ่งได้โปรตีนและมีกลิ่นหอมของข้าวโพด การผลิตแครกเกอร์จากข้าวกล้องงอกและกุ้งเคย

ปัจจุบันขนมขบคิด แบ่งเป็น 5 ประเภท เรียกตามรูปลักษณ์ของขนม ได้แก่

1.พอคำ เป็นขนมปังกรอบ อิ่มพอดีคำ รสข้าวกล้องงอก รสกุ้งเคย รสไหมข้าวโพด และรสข้างกล้องงอกโนริสาหร่าย

2.อันดามัน ขนมปังกรอบรูปสัตว์แห่งท้องทะเล มีรสข้าวกล้องงอกผักโขม และรสข้าวกล้องงอกผักโขมอบชีส

3.สะวันนา ขนมปังกรอบรูปสัตว์แห่งท้องถิ่น รสข้าวกล้องงอกงาดำ และรสข้าวกล้องงอกผักโขม

4.คุกกี้ รสข้าวเหนียวดำ รสกุ้งเคย และรสข้าวกล้องงอก

5.คุกกี้สิงคโปร์ รสข้าวเหนียวดำงาดำ รสข้าวกล้องงอก และรสข้าวกล้องงอกงาดำ

ราคาจำหน่ายมี 2 ขนาด คือ ขนาด 80 กรัม 35-40 บาท และขนาด 120 กรัม 45-60 บาท

พีระพล กล่าวว่า จุดเด่นของขนมขบคิดที่ทำให้ลูกค้าสนใจ คือ การเลือกวัตถุดิบที่มาปรุงให้มีรสชาติที่แปลกใหม่ พยายามลดไขมันให้น้อยที่สุด ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารกันบูด อย่างไหมข้าวโพดฝักอ่อน ใครจะรู้ว่าสามารถนำมาใช้แทนไฟเบอร์ผลิตขนม

ขนมขบคิดอร่อยดีมีประโยชน์

ขณะเดียวกันยังมีคุณค่าของโปรตีน มีกลิ่นข้าวโพดฝักอ่อนอยู่ในตัวไม่ต้องเติมกลิ่นเหมือนธัญพืชอย่างหนึ่ง ส่วนข้าวกล้องงอกก็จะเพาะเองจากข้าวเปลือก ใช้โรงสีชุมชนที่เราควบคุมคุณภาพ ทำให้ได้กลิ่นของข้าวมอลต์แบบธรรมชาติ

กรณีของกุ้งเคยสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นรสชาติของขนมได้ ปกติแล้วการผลิตขนมขบเคี้ยวบางชนิดจะปรุงให้มีกลิ่นคาวเล็กน้อย ก็มีผงปรุงรสที่แตกต่างกันไป แต่ของขนมขบคิดนำน้ำที่ได้จากการหมักกะปิ ซึ่งจะได้รสชาติเหมือนกลิ่นปิ้งย่าง หอมไปอีกแบบ

เด็กๆ ที่ไม่ชอบรับประทานผัก ก็มีแครกเกอร์ผักโขมเป็นทางเลือกให้กับผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้สารอาหารจากขนมบ้าง ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค

ด้านช่องทางจำหน่ายขณะนี้ มีร้านเปิดแล้ว 2 สาขา คือ สีลม คอมเพล็กซ์ และพาราไดซ์ พาร์ค ขณะเดียวกันจะออกร้านในงานแสดงสินค้าที่ร่วมกับหน่วยงานรัฐ หรือถ้าลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์ก็ได้ จะมีกล่องพัสดุที่ออกแบบโดยเฉพาะป้องกันการกระแทกหรือการตกหล่น

เป้าหมายการขยายฐานลูกค้าในระยะยาว พีระพล เตรียมเข้าไปทำตลาดในร้านกาแฟ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และบริษัทที่ต้องการสั่งทำเป็นของขวัญให้กับลูกค้า เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตตรงตามแนวคิดที่วางไว้

อย่างไรก็ดี แม้การทำตลาดของขนมในช่วงที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ แต่บางครั้งก็โดนคำถามบ่อยว่าเป็นขนมรีแพ็กซื้อมาแล้วมาใส่แพ็กเกจเองหรือเปล่า ดังนั้นในการออกบูธร้านในงานต่างๆ หรือหน้าร้านของตัวเอง จะมีพนักงานคอยอธิบายเรื่องราวของขนมขบคิดให้เข้าใจ

จากนี้ไปขนมขบคิดจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ไม่ใช่เฉพาะขนมปังกรอบอย่างเดียว ล่าสุดมีแผนจะออก ข้าวหมาก ที่นับวันจะหารับประทานได้ยาก เพราะถูกมองว่าเป็นขนมของผู้สูงวัย แต่ พีระพล มองว่า มันมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสร้างความแตกต่างข้าวหมากธรรมดาทั่วไปด้วยการใส่สีธรรมชาติจากดอกอัญชัน ดอกคำฝอย และแก้วมังกรแดง ช่วงนี้ เริ่มทดลองจำหน่ายบ้างแล้ว ใช้ชื่อว่า ข้าวหมัก

“ผมหวังว่าขนมขบคิดจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าทั้ง พ่อแม่ เด็ก และผู้สูงวัย ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการเป็นขนมปังกรอบที่มีความอร่อย ไม่ทำลายสุขภาพ โดยวิธีคิดของผมคือ พักเรื่องการตลาดไว้ทีหลัง แต่นำความแข็งแรงของสินค้ามาเป็นจุดขายก่อน ถ้าคุณออกสินค้าที่มีความแตกต่างจะมีลูกค้าสนใจมากขึ้น ยิ่งถ้ามีอะไรให้ลูกค้าเลือกจะเป็นเรื่องที่ดี” พีระพล กล่าว

สนใจขนมขบคิด ติดต่อได้ที่ โทร. 08-4016-6456

ข่าวล่าสุด

มหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน 3 จ. ภาคเหนือ สู้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5