
หนี้ประชาชนสูง ฉุดกำลังซื้อซึมยาว
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
ในที่สุดทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมายอมรับว่า เศรษฐกิจภายในปีนี้คงไม่ได้กลับมาพลิกฟื้นได้ง่ายๆ...
ถึงแม้ว่าจีดีพีอาจขยายตัวได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่เกิดจากการลงทุนภาครัฐและมีอานิสงส์ไม่มากพอที่จะฉุดกำลังซื้อให้กลับมาเพราะเศรษฐกิจภายในของไทยเกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งออก เมื่อเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงอ่อนแอและเศรษฐกิจสหรัฐยังเปราะบางมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงทำให้เป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจไทยให้ซึมยาว
ผมเห็นด้วยกับการที่ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจออกมาพูดตรงๆ ไม่ใช่ให้ข้อมูลเพี้ยนๆ เหมือนกับที่ผ่านมาเพราะหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะได้รู้ถึงข้อเท็จจริงเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ถูกทาง
ขณะที่ภาคเอกชนรู้ดีมานานแล้วว่า เศรษฐกิจไทยคงไม่ได้ฟื้นตัวได้ในเร็ววันเพราะอิงกับเศรษฐกิจโลกผ่านการส่งออก เมื่อเศรษฐกิจคู่ค้ายังอ่อนแอย่อมกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตร ผลผลิตทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย โดยเฉลี่ย 60% ผลิตเพื่อการส่งออก เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจึงส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวบ้าน
จากที่กล่าวข้างต้น จึงไม่แปลกใจว่าช่วงที่ผ่านมาร้านค้าทั้งเล็กใหญ่ในช่วงไม่ใช่วันหยุดเงียบเชียบแทบไม่มีคนเดิน ร้านค้าย่อยต่างทยอยปิดเพราะสู้ค่าเช่าไม่ไหว แต่ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับค้าปลีกบางรายยังแข็งใจกล่าวว่าไตรมาสสุดท้ายสภาวการณ์จะกลับมาดีกว่าที่ผ่านมา โดยเชื่อมั่นว่ามีสัญญาณที่ดีทางบวก จากเทศกาลกินเจในเดือนหน้าและปลายปีอยู่ในช่วงไฮซีซั่นของการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงว่าสถานการณ์ปีนี้อาจไม่ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าปัญหาเศรษฐกิจภายในที่ซึมยาวเกิดจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก ถึงแม้จะมีความพยายามที่จะแยกหนี้ธุรกิจระดับชาวบ้านหรือหนี้ด้านการศึกษาของบุตร-หลาน แต่หนี้ก็คือหนี้ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ต้องส่งต้นส่งดอก แถมมีสัญญาณว่าระดับหนี้ของประชาชนมีการเร่งตัวมากขึ้นโดยพบว่ากลุ่มรายได้ต่ำมีภาระต้องจ่ายคืนต้นและดอกเบี้ยคิดเป็นสัดส่วน 36.7% ของรายได้
โดยเฉลี่ยแล้วประชาชนทั่วไปมีภาระหนี้ต้องจ่ายประมาณ 1 ใน 4 ของรายได้ ทั้งหนี้ในระบบผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ขณะที่ในชนบทส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ ธ.ก.ส. และหนี้นอกระบบซึ่งดอกเบี้ยแบบโหด รายได้ส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการจ่ายหนี้ไม่มีเงินเหลือมากพอที่จะมาจับจ่ายใช้สอยอะไรได้มากมาย
ทั้งหมดที่กล่าวเป็นข้อเท็จจริง...นั่งในห้องมีประตูหลายชั้นกว่าจะเข้าถึงหรือออกไปข้างนอกมีรถนำขบวนปิดกั้นตัวเองทำให้ไม่รู้ปัญหาหรอกครับ
หากจะช่วยมีมาตรการอะไรงัดออกมาแต่ต้องเห็นผล ส่วนมาตรการที่จับต้องไม่ได้ไม่ควรใช้ในช่วงนี้ เช่น มาตรการสอนเกษตรกรให้เป็นนักธุรกิจ หรือให้ชาวบ้านทำยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 สำหรับโครงการลงทุนประเภทเมกะโปรเจกต์ คงอีกนานกว่าประชาชนจะได้อานิสงส์ ส่วนมาตรการของกระทรวงการคลังที่จะช่วยเหลือค่าเบี้ยประกันชีวิตให้ประชาชนรายได้น้อย ไม่ทราบว่าต้องให้ตายก่อนจึงค่อยได้ตังค์...หรือครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







