
พลังงานปรับแผนเลิกโซฮอล์91
“พล.อ.อนันตพร” พร้อมเปิดทางเลื่อนแผนยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ปี 2561 ออกไปหากผู้ค้าน้ำมันไม่พร้อม
“พล.อ.อนันตพร” พร้อมเปิดทางเลื่อนแผนยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ปี 2561 ออกไปหากผู้ค้าน้ำมันไม่พร้อม
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงนโยบายการยกเลิกจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ภายในเดือน ม.ค. 2561 ว่า หากภาคเอกชนมองว่ายังไม่พร้อมเพราะเกรงจะมีปัญหาเรื่องการจัดสรรน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (จีเบส 95) ไม่เพียงพอเมื่อต้องมาใช้ในปริมาณเพิ่มขึ้นทดแทนเบนซินพื้นฐาน 91 นั้น พร้อมรับฟังทุกปัญหาเพื่อหาทางแก้ไข แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมาปรับแผนกันใหม่
ทั้งนี้ การยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันจีเบส 95 จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นก็ต้องดูเหตุผลและข้อเท็จจริง ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานมองว่าการยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 อาจไม่ทำให้ประชาชนไปใช้แก๊สโซฮอล์ 95 อย่างเดียว แต่จะมีส่วนหนึ่งหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ อี20 ด้วย จึงอาจไม่ต้องนำเข้าจีเบส 95 ปริมาณมากเหมือนที่ภาคเอกชนกังวล
“ตอนนี้ทางกระทรวงพลังงานยังเดินหน้าตามแผนยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ในต้นปี 2561 แต่ก็พร้อมรับฟังทุกฝ่ายอย่างมีเหตุผล ถ้าแก้ปัญหาได้ก็เดินหน้าตามเป้าหมาย แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ต้องปรับแผนก็เท่านั้น ส่วนกรณีไบโอดีเซลที่ปรับลดสัดส่วนลงมาจากไบโอดีเซลบี 7 ขณะนี้เหลือเป็นบี 3 หรือมีส่วนผสม 3% นั้น เป็นเรื่องของปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์ม ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้กำหนด ทางพลังงานเองก็อยากให้นโยบายนิ่ง” พล.อ.อนันตพร กล่าว
นายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการและผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ระหว่างหารือถึงนโยบายยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 กับกระทรวงพลังงาน เนื่องจากการยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 จะส่งผลให้ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันเบนซินพื้นฐานจีเบส 95 สำหรับผลิตแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจะต้องให้ข้อมูลในประเด็นนี้กับรัฐบาลให้เข้าใจ เพราะต้องมองภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศด้วย แต่ถ้าภาครัฐยืนยันจะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ในต้นปี 2561 ตามแผน ทางกลุ่มโรงกลั่นก็ต้องปฏิบัติตามและจำเป็นต้องนำเข้าจีเบส 95 เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการแก๊สโซฮอล์ 95 ที่จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ควรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาดและให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินใจเลือกเติมน้ำมัน เพราะราคาเอทานอลและน้ำมันดิบยังมีความผันผวน ถ้าหากฝืนกลไกตลาดจะทำให้การดำเนินนโยบายเป็นไปได้ยากและสุดท้ายผู้บริโภคต้องเป็นผู้รับภาระ เช่น กรณีการอุดหนุนราคาเพื่อส่งเสริมแก๊สโซฮอล์อี 85 เมื่อราคาน้ำมันดิบลดลง แต่ราคาเอทานอลก็ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ต้นทุนราคาสูงไปด้วย และทำให้การส่งเสริมไม่ได้ผล เพราะผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมเอทานอลน้อยกว่า เช่น แก๊สโซฮอล์อี 10 และแก๊สโซฮอล์อี 20 แต่ภาครัฐยังต้องรับภาระในการอุดหนุนราคาแก๊สโซฮอล์ อี85 ต่อไป







