
BWG ผนึกเอ็กโก้ โรงไฟฟ้ากากอุตฯ
BWG จับมือ EGCO ศึกษาโรงไฟฟ้าจากกากอุตสาหกรรม หลังนโยบายรัฐเอื้อ ปลายปีนี้ COD นำร่องโรงไฟฟ้าแรก
BWG จับมือ EGCO ศึกษาโรงไฟฟ้าจากกากอุตสาหกรรม หลังนโยบายรัฐเอื้อ ปลายปีนี้ COD นำร่องโรงไฟฟ้าแรก
นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เพื่อศึกษาและพัฒนาโรงไฟฟ้าจากกากอุตสาหกรรม เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าขยายตัวได้กว้างขวางขึ้น ซึ่งวันที่ 16 ก.ย. 2559 ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ การร่วมศึกษาและพัฒนาโครงการ “การผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม” ในฐานะที่ EGCO เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่แห่งแรกของไทย และ BWG เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกากอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
“ความร่วมมือครั้งนี้ BWG เชื่อว่าจะช่วยให้โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมมีช่องทางการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ สิ่งแวดล้อม และประชาชนได้ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้วางไว้ ขณะเดียวกันจะเป็นการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน ตรงตามปณิธานของธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ทั้งธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมและธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าของบริษัทเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ กล่าวว่า ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนและมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากวัตถุดิบกากอุตสาหกรรมออกมาอย่างชัดเจน บริษัทจึงกำหนดทิศทางการขยายธุรกิจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ประกอบกับสามารถพัฒนาเชื้อเพลิงจากกากอุตสาหกรรมอยู่ในระดับที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงประเภทนี้ หลังจากที่ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี และโรงไฟฟ้าจากกากอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมต่อสายส่งในปลายปีนี้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
ปัจจุบัน เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน มีความพร้อมเร่งขยายโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาเชื้อเพลิงเพื่อรองรับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาได้พัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงอัดแข็งจากกากอุตสาหกรรม (Refuse Derived Fuel Project-RDF) ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน มีกำลังการผลิตเชื้อเพลิงอัดแข็ง ที่มีคุณสมบัติค่าความร้อนใกล้เคียงกับถ่านหินรวมกัน 2 เฟส วันละ 600 ตัน รองรับการขยายโรงไฟฟ้าได้อย่างคล่องตัว นอกเหนือจากรองรับโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกากอุตสาหกรรมของบริษัท กำลังผลิตขนาด 9.4 เมกะวัตต์ ที่นำร่องเป็นโครงการแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบได้ภายในปี 2560 และในอนาคตยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงอัดแข็งให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากแต่ละปีจะมีกากอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตรายเกิดขึ้นถึงกว่า 30 ล้านตัน รองรับโครงการผลิตไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก และถือเป็นโอกาสที่บริษัทจะขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้นำในธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ทั้งฝังกลบ เผาทำลาย นำกลับมาใช้ใหม่และเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานทดแทนรายเดียวในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม วันที่ 22 ก.ย.นี้ บริษัทจะยื่นขอขายไฟกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งจะรับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 50 เมกะวัตต์ ซึ่ง BWG ได้ตั้ง 2 บริษัทย่อย รองรับใบอนุญาตใหม่นี้







