
พิเชฐชวนนร.ไทยกลับพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม
“พิเชฐ” โชว์วิสัยทัศน์การในการประชุมวิศวกรรมนานาชาติ ยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงขับเคลื่อนประเทศ ชวนนักเรียนไทยกลับบ้านพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
“พิเชฐ” โชว์วิสัยทัศน์การในการประชุมวิศวกรรมนานาชาติ ยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงขับเคลื่อนประเทศ ชวนนักเรียนไทยกลับบ้านพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยคณะเดินทางไปราชการ ณ สหราชอาณาจักรเพื่อเข้าร่วมประชุม British Council’s Newton Fund Global Team และการประชุม Engineering a Better World Conference รวมถึงการพบปะผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ ในสหราชอาณาจักร โดยในช่วงดังกล่าวได้มีโอกาสพบปะกับนักเรียนไทย ได้บอกถึงนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้ง ทาเลนท์ โมบิลิตี้ หรือการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุน นักวิจัย ไปทำงานกับภาคเอกชนได้ โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ โครงการเมืองนวัตกรรมอาหารหรือฟู๊ดอินโนโพลิส โครงการสตาร์ทอัพ ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนกลับมาร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน
ดร.พิเชฐ กล่าวว่า จากการหรือกับผู้บริหารกองทุนนิวตันฟันด์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐอยู่ภายใต้การสนับสนุนของ BEIS (Department for Business, Energy & Industrial Strategy) ของสหราชอาณาจักร ที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้คิดค้นนวัตกรรมกับ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้ได้ผลเป็นรูปธรรม ปัจจุบันสนับสนุนด้านการเงินแก่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านสุขภาพและด้านชีววิทยาศาสตร์ ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่และเทคโนโลยีสนับสนุน และด้านการผลิตและวัสดุ ทั้งนี้สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ซึ่งประเทศไทยสามารถเรียนรู้และศึกษาบทบาทและแนวทางการส่งเสริมของภาครัฐในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมจากสหราชอาณาจักร โดยมีแนวทาง การสนับสนุนงานวิจัยในอัตราส่วนร้อยละ 50 สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ร้อยละ 70 สำหรับบริษัทขนาดเล็ก และสนับสนุนทั้งโครงการ (100%)
นอกจากนี้ รมว.วิทยาศาสตร์ฯของไทย ยังได้เข้ารวมอภิปรายในงานประชุมนานาชาติ Engineering a Better World: CAETS 2016 ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรด้านวิชาชีพวิศวกรรมระดับนานาชาติจาก 26 ประเทศ โดยภายในงานมีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยตั้งเป้าให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ว่าวิศวกรรมศาสตร์จะสามารถช่วยผลักดันสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดยตนได้กล่าวถ้อยแถลงถึงประเด็นที่ไทยมีบทบาทนำและสามารถผลักดันได้ในเวทีสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา การขจัดความยากจน การส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าการส่งเสริมการลดความเสี่ยงและบรรเทาภัยพิบัติ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในเวทีระหว่างประเทศ โดยใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมเป็นกลไกในการขับเคลื่อน







