
ดันอีอีซีดูดทุนต่างชาติ
ยกระดับซูเปอร์อีสเทิร์นซีบอร์ดศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
ยกระดับซูเปอร์อีสเทิร์นซีบอร์ดศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก จุดเด่นดูดนักลงทุนต่างชาติ ยกระดับอีสเทิร์นซีบอร์ดให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ธุรกิจและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาวของรัฐบาลที่วางไว้ มองว่าการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นจุดเด่นในการดึงการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย โดยโครงการจะดำเนินการใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
ขณะที่พื้นที่ใน 3 จังหวัดดังกล่าว ถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยรัฐบาลมีนโยบายจะยกระดับอีสเทิร์นซีบอร์ดขึ้นเป็นซูเปอร์อีสเทิร์นซีบอร์ดเพราะมีความพร้อมและศักยภาพสูง และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ซึ่งหากแผนดังกล่าวมีแนวนโยบายส่งเสริมจากรัฐบาลที่ชัดเจนและจริงจัง จะทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจ รวมถึงหากมีสิทธิประโยชน์การลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก็จะทำให้เป็นนโยบายสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้เข้ามาไทยในปีหน้า
นายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติแผนลงทุนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งแผนลงทุนโครงข่ายขนส่งทางน้ำ การเชื่อมโยงการขนส่งรถไฟ-ท่าเรือ อุตสาหกรรมมาบตาพุด ขยายมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ต่อถึงพัทยา-แหลมฉบัง และแผนมอเตอร์เวย์ในอนาคตแหลมฉบัง-นครราชสีมา เช่นเดียวกับทางรถไฟที่จะเป็นโครงข่ายหลักขนส่งสินค้า กำลังทำรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และกำลังศึกษารถไฟทางคู่กรุงเทพฯ-ระยอง โดยได้มีการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุน (พีพีพี) ด้วย
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายขนส่งทางอากาศ รวมทั้งให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน พัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดเป็นที่จอดเรือสำราญ เรือยอชต์ และเรือข้ามฟากพัทยา-จุกเสม็ด-ชะอำ เพื่อลดเวลาเดินทางระหว่างภาคตะวันออกกับภาคใต้ โดยแผนลงทุนโครงสร้างเพื่อรองรับนโยบายอีอีซีคาดจะมีวงเงินรวมไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท และคาดว่าเอกชนจะลงทุนในอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้อีอีซีมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นได้







