
พื้นที่สาธารณะ
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
หลังจากเดินทางท่องเที่ยวดูงานที่ประเทศอิตาลีถึง 9 เมือง ผมก็กลับถึงเมืองไทย กลับมาทำงานประจำเช้ายันค่ำ เหมือนมนุษย์คนกรุงเทพฯ ทั่วไป ที่ต้องเผชิญทั้งรถติด มลพิษหลายรูปแบบ ซึ่งหากอยู่แบบนี้ทุกวันตามปกติ และไม่ได้ไปดูการดำเนินชีวิตของคนบ้านเมืองอื่น ก็คงคิดว่า ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้เอง
แต่คนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่เคยศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยว ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย ก็อาจกลับมาบ่นว่า ทำไมคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ถึงได้แตกต่างกับเมืองใหญ่เมืองอื่นเหลือเกิน
แน่นอนครับ ไม่มีเมืองใดในโลกที่สามารถทำให้ทุกคนรวยเท่ากันได้หรือไม่มีใครทำให้การศึกษาของพลเมืองทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วจะมุ่งเน้นเรื่องสำคัญที่สุด ที่พอที่จะสามารถทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันได้บ้าง คือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ
พื้นที่สาธารณะคืออะไร อธิบายง่ายๆ คือ พื้นที่ส่วนรวมได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในสังคม โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา ระดับการศึกษา อายุ เพศ หรือสภาพร่างกาย ลองมาดูพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่สีเขียวของเมืองทั่วโลก จะพบว่า กรุงเวียนนามีพื้นที่สาธารณะมากถึง 50% สิงคโปร์ 47% ซิดนีย์ 46% ริโอเดอจาเนโร 40% ลอนดอน 38% นิวยอร์ก 20% มาดูกรุงเทพฯ ตามข้อมูลไม่ถึง 5% บางแหล่งบอกว่าไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ดูแล้วน่าตกใจ! จึงไม่แปลกที่วันหยุดคนกรุงเทพฯ ต้องไปแต่ห้างสรรพสินค้า เพราะไม่มีทางเลือกอื่นเลย
ปัจจุบันคนเมืองในทวีปยุโรปตื่นตัวเรื่องการทวงคืนพื้นที่สาธารณะมากยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่จากสถิติแต่ละเมืองก็มีจำนวนพื้นที่สาธารณะอยู่ไม่น้อย มีทั้งทางเดินเลียบแม่น้ำ ซึ่งมีอยู่แทบทุกเมืองในยุโรป ที่มีแม่น้ำไหลผ่าน เพราะถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ต้องให้คนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลปาร์กของมหานครนิวยอร์ก หรือกรีนปาร์กของกรุงลอนดอน
ตอนนี้ที่ฮิตมากๆ คือ การขอทางจักรยานทุกถนน ทุกพื้นที่ของเมือง ที่ทั้งกรุงลอนดอนตอนนี้ รัฐก็เพิ่มพื้นที่ทางจักรยานมากขึ้นกว่าเดิมถึง 100% ขณะที่กรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก และนครอัมสเตอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์ ก็กลายเป็นเมืองจักรยานเต็มรูปแบบไปนานแล้ว พลเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ด้วยการเดินเท้าและจักรยานได้อย่างสะดวกมาก
คณะทำงานด้านการพัฒนาเมืองเพื่อความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ จึงได้ประชุมวิชาการร่วมกันและได้มีข้อสรุปที่สนับสนุนให้เมืองใหญ่ทั่วโลกยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมือง ด้วยการเพิ่มพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว รวมทั้งการลดมลพิษด้วยการเน้นการเดินเท้า และใช้จักรยานในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น
หากถามคนกรุงเทพฯ ว่า อยากได้พื้นที่สาธารณะที่สวยงาม เข้าถึงได้ทุกคนเท่าเทียมหรือไม่ ก็เชื่อว่าทุกคนคงปรารถนาไม่ต่างจากพลเมืองของเมืองพัฒนาเมืองอื่นทั่วโลก แต่เพราะคนกรุงเทพฯ อาจเกิดมาคุ้นชินกับการที่ไม่เคยมีพื้นที่สาธารณะเพื่อทุกคน หรือชินชากับการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นมีใครว่าอะไรกัน หรือคุ้นชินกับการบุกรุกป่า บุกรุกภูเขา บุกรุกชายหาด และบุกรุกแม่น้ำ เพื่อเป็นสมบัติส่วนตัวไว้ดูคนเดียว เข้าถึงได้คนเดียว
คุณภาพชีวิตพื้นฐานของคนเมืองทั่วโลก เขาดูที่ตรงนี้ หากคนกรุงเทพฯ ยังคุ้นชิน เงียบ ไม่เรียกร้อง หรือไม่สนับสนุนให้รัฐสร้างพื้นที่สาธารณะ และทวงคืนพื้นที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
เราก็คงไม่รู้ว่าจะมีมรดกใดส่งต่อถึงลูกหลานไทยให้ได้ใช้ร่วมกันได้ น่าเศร้าใจ







