posttoday
รับมือกฎเหล็กการค้า

รับมือกฎเหล็กการค้า

19 กันยายน 2559

‘พาณิชย์’ แนะศึกษา 3.5 หมื่นมาตรการกระทบส่งออก

‘พาณิชย์’ แนะศึกษา 3.5 หมื่นมาตรการกระทบส่งออก

“พาณิชย์” เตือนผู้ส่งออกไทยรับมือมาตรการกีดกันการค้า หลังทยอยออกกว่า 3.5 หมื่นมาตรการ

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศคู่ค้าของไทยได้นำมาตรการทางการค้า (NTM) ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น และเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการที่นำมาใช้ โดยนำประเด็นเรื่องความปลอดภัยของอาหาร สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และแรงงาน มาเป็นเงื่อนไข ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามให้ถูกต้อง ก็จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศนั้นๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องศึกษามาตรการเหล่านี้ให้ดี เพราะเป็นแนวโน้มที่ตลาดประเทศที่พัฒนาแล้วจะให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ การใช้มาตรการทางการค้าของประเทศต่างๆ ตามข้อมูลจากองค์การการค้าโลก (WTO) ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 พบว่า ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา มีการใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีรวมกันประมาณ 3.5 หมื่นมาตรการ แบ่งเป็น มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) มีจำนวนมากถึง 2.11 หมื่นมาตรการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 53.20% ซึ่งเป็นการนำข้อกำหนดด้านเทคนิคและมาตรฐานต่างๆ เช่น บรรจุหีบห่อ การทำเครื่องหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการปิดฉลาก และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) จำนวน 1.41 หมื่นมาตรการ เพิ่มขึ้น 35.47% เป็นการนำเรื่องการควบคุมสินค้าเกษตรและอาหารไม่ให้เกิดโทษต่อชีวิต หรือผลเสียต่อสุขภาพของชีวิตมนุษย์ พืช และสัตว์

สำหรับประเทศที่มีการใช้มาตรการสูงสุด เช่น สหรัฐมีการใช้มาตรการ TBT สูงถึง 153 มาตรการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 96 มาตรการ และมีการใช้มาตรการ SPS 53 มาตรการ สหภาพยุโรปใช้มาตรการ TBT จำนวน 77 มาตรการ ลดลงจาก 82 มาตรการในปีที่ผ่านมา และ SPS จำนวน 27 มาตรการ ลดลงจาก 77 มาตรการ และประเทศญี่ปุ่น TBT 36 มาตรการ เพิ่มขึ้นจาก 27 มาตรการ และ SPS 42 มาตรการ ลดลงจาก 62 มาตรการ

อย่างไรก็ตาม มาตรการทางการค้าที่ประเทศคู่ค้าได้นำมาใช้และกำลังจะมีผลบังคับใช้ ได้แก่ สหรัฐ โดยปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยทางด้านอาหาร เช่น กฎระเบียบควบคุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอาหาร กฎระเบียบป้องกันการปนเปื้อนในอาหารสัตว์ กฎระเบียบมาตรฐานความปลอดภัยการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว บรรจุและเก็บรักษาในการผลิตเพื่อการบริโภค การกำหนดการติดฉลากสำหรับสูตรอาหารทารก การห้ามใช้เม็ดไมโครบีดส์พลาสติกเป็นส่วนประกอบในโฟมล้างหน้า ครีมอาบน้ำและครีมขัดผิว ห้ามผลิต 1 ก.ค. 2560 และห้ามจำหน่าย 1 ก.ค. 2561 และการไม่อนุญาตให้ใช้สาร Partially Hydrogenated Oil : PHOs ในผลิตภัณฑ์อาหาร มีผลวันที่ 18 มิ.ย. 2561

ด้านสหภาพยุโรป (อียู) กำหนดค่าสูงสุดของสารตะกั่วและสารหนูในสินค้าบริโภค ห้ามจำหน่ายสิ่งทอที่มีส่วนผสมของสาร NPE เท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนักของสิ่งทอ และปรับปริมาณสารเคมีปราบศัตรูพืช 11 รายการที่ตกค้างในสินค้าเกษตร เช่น Ametoctradin Chlorothalonil Flonicamid ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

“ขณะนี้ได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อกำกับดูแลสินค้าไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงดูแลถึงสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศที่เข้ามาในไทย ซึ่งจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องผู้บริโภคคนไทยเช่นกัน” น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท