
ผู้นำใหม่เอไอเอ เร่งงานรักษาแชมป์
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
ผู้บริหารใหม่ บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย ตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งเป้ารักษาอันดับ 1 ของบริษัทที่มีเบี้ยรับรวมไว้ให้ได้ต่อไป แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทายของเอไอเอ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งวิธีการทำงาน แบบประกัน เทคโนโลยี โดย 7 เดือนแรกของปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย มีเบี้ยรวมสูงสุดอันดับ 1 ที่ 6.48 หมื่นล้านบาท
ตัน ฮาค เลห์ ที่เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2559 ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมามีผลผลิตลดลงไปบ้าง แต่ขณะนี้ผลผลิตเริ่มกลับมาดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะตัวแทนที่มีความเป็นมืออาชีพ ตระหนักถึงภารกิจในการดูแลลูกค้าและสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย ด้วยแบบประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองระยะยาว ทั้งแบบประกันดั้งเดิม และ แบบประกันใหม่ ยูนิตลิงค์ หรือแบบประกันชีวิตควบการลงทุน ที่มีส่วนของความคุ้มครองชีวิตที่สูงมาก นอกเหนือจากโอกาสการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนจากมืออาชีพที่มีความระมัดระวังด้านการลงทุน
สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงต่อไป เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รวมทั้งต้องเปลี่ยนให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในธุรกิจการเงิน โดยในธุรกิจธนาคารได้ก้าวสู่การเป็นฟินเทคแล้ว ส่วนธุรกิจประกันชีวิตก็หลีกหนีไม่พ้นเช่นเดียวกัน
“การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างมาก ในการสร้างความมั่นคงและเติบโตในระยะยาว ที่จะทำให้บุคลากรเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจ ที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทุกอย่างจะเปลี่ยนได้เพียงข้ามคืน” นายตัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งและรักษาการเป็นที่ 1 หรือ ผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตไทย นับจากนี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรของบริษัทให้มากขึ้น ทั้งจากตัวแทนและพนักงาน โดยจะมีการอธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การเข้าหาลูกค้า เพื่อจะนำความคิดเห็นนั้นมาร่วมกันพัฒนานำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพราะตลาดประกันชีวิตไทยมีนัยสำคัญอย่างมากสำหรับกลุ่มเอไอเอที่อยู่ในไทยมา 79 ปี และเป็นผู้นำมาตลอด มีกรมธรรม์ที่อยู่ภายใต้การดูแล 5.5 ล้านฉบับ ถือว่าสูงสุดในไทย มีบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ ได้ร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยมายาวนาน และมีความมุ่งมั่นที่จะต้องรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนี้ไว้ให้ได้
นอกจากนี้ จะเร่งพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านการเงิน และสร้างความคุ้มครองให้ลูกค้าแล้ว ภารกิจใหม่ของกลุ่มเอไอเอ คือ การทำให้ลูกค้าตระหนักถึงคุณภาพของสุขภาพ จึงทำให้เกิดโครงการ “เอไอเอ ไวทัลลิตี้” ที่นำประกันชีวิตมาใช้กระตุ้นลูกค้าดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น และได้ส่วนลดจากพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาหลักสูตรที่ปรึกษาทางการเงินให้ (FA) โดยปัจจุบันในไทยมีตัวแทนที่ได้ใบอนุญาต ผู้แนะนำการลงทุน หรือไอซี ไลเซนต์ ที่สามารถให้คำแนะนำลูกค้าเบื้องต้นถึงการจัดสรรเงินลงทุน และให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ ประมาณ 7,000 คน คิดเป็น 80% ของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย นอกจากนี้จะมีการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตัวแทน เพื่อให้บริการลูกค้าและทำงานได้ง่าย รวดเร็วขึ้น
“เป็นความท้าทายของผมและบุคลากรที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และทำให้บุคลากรเติบโตไปกับบริษัท ซึ่งจะต้องมีความคิดเชิงนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้า” นายตัน กล่าว







