posttoday
แรนซัมแวร์เรื่องใกล้ตัว ธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม

แรนซัมแวร์เรื่องใกล้ตัว ธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม

19 กันยายน 2559

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก อย่างกรณีปานามา เปเปอร์ส ทำให้เหล่าผู้บริหารระดับสูงทั่วโลก มีความกังวลถึงการรั่วไหลของข้อมูลทำให้องค์กรต่างๆ มีการลงทุนเพื่อรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลมากขึ้น

ปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจกลุ่มธนาคารและองค์กรขนาดใหญลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยแบบทันทีมากขึ้นกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจลงทุนนาน 2-3 ปี ซึ่งเป็นจากกรณีแรนซัมแวร์ที่กำลังโด่งดัง

“กลุ่มธุรกิจธนาคารและโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มมีการลงทุนด้านระบบความปลอดภัยมากขึ้น เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยจากการเข้าใช้งานของพนักงานในองค์กร คาดว่าในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีตัวเลขการเติบโตเพิ่มเป็น 2 เท่า” ปิยธิดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการโจมตีและช่องโหว่ที่ตรวจพบในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ในรายงานสรุปสถานการณ์ความปลอดภัยที่มีชื่อว่า “ยุคมัลแวร์เรียกค่าไถ่ครองเมือง” (The Reign of Ransomware) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นและผลกระทบของการโจมตี ดังนี้

ไมลา ปิลาโอ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ บริษัท เทรนด์ไมโคร กล่าวว่า การลงทุนเพื่อป้องกันภัยขององค์กรเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้นถึง 172% และภาคธุรกิจยอมจ่ายเงินรวมแล้วกว่า 209 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท ซึ่งในตัวเลขนี้รวมภาคธุรกิจของไทยด้วย

“การจ่ายค่าไถ่แบบแรนซัมแวร์จะมีกำหนด 3 วัน หากไม่ยินยอมต้องจ่ายเพิ่ม และไวรัสสามารถกระโดดติดข้ามเครื่องได้แล้ว ซึ่งเคสที่แพงสุดในไทยอยู่ที่ 2 แสนบาท/เครื่อง”

นอกจากนี้ การเติบโตของระบบปฏิบัติการไอโอเอส หรือเครื่องแมคก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ยิ่งเครื่องที่มีการเจลเบรก (Jailbreak) ยิ่งมีความเสี่ยงสูง รวมทั้งการใช้งานสมาร์ททีวีภายในบ้าน ที่สั่งการด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ก็ติดไวรัสได้แล้ว

อีเมลหลอกลวง (Business Email Compromise) จะมาในรูปแบบของไฟล์เอกสารแนบอย่าง เวิร์ด, เอ็กเซล และพาวเวอร์พอยต์ โดยจะหลอกว่าถูกส่งมาจากคู่ค้าหรือฝ่ายบริหาร ทำให้ต้องเปิดไฟล์นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมื่อก่อนฝ่ายไอทีจะบอกให้พนักงานระวังไฟล์แนบที่มาในรูปแบบ zipfile แต่ตอนนี้แม้กระทั่งไฟล์งานทั่วไป อย่าง เวิร์ด เอ็กเซล หรือออโต้แคด สำหรับงานออกแบบก็ยังมีฝังแรนซัมแวร์แล้ว

“การควบคุมเริ่มทำได้ยากขึ้น เพราะแรนซัมแวร์เริ่มปรับตัวเข้าสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้จากอีเมลหลอกลวงมูลค่าความเสียหายทั่วโลกแตะ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณแสนกว่าล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่มีการโจมตีมากที่สุดทั่วโลก ยังคงเป็นหน่วยงานภาครัฐ เฮลท์แคร์และเอนเตอร์เทนเมนต์

“มูลค่าของข้อมูลส่วนตัวบนโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนข้อมูลด้านสุขภาพและบทความปริญญานิพนธ์ก็ยังมีแนวโน้มการจ่ายเงินที่สูงขึ้น ยกตัวอย่าง กรณีฮิลลารี คลินตัน ที่ถูกโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีเรื่องอาการป่วย หากข้อมูลส่วนตัวเรื่องสุขภาพรั่วไหลออกไป แน่นอนว่ากระทบต่อการขึ้นเป็นประธานาธิบดีแน่นอน”

สำหรับประเทศไทยนั้น ตัวเลขการโจมตีแรนซัมแวร์ในไตรมาสแรกของปี 2559 เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 12% ถือว่ายังติดอันดับท็อป 10 หากเทียบกับทั่วโลกอยู่ที่ 1.52% โดยสาเหตุของการติดไวรัสหรือแรนซัมแวร์ อันดับแรก คือ ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ รองลงมาคือ ยูอาร์แอล สุดท้ายคือสแปมจากอีเมล

“แม้ว่าตัวเลขของอีเมลหลอกลวงในไทยยังมีไม่ถึง 10% แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะแนวโน้มการถูกหลอกลวงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง หากไม่ป้องกันอย่างเร่งด่วนคาดว่าในครึ่งปีหลังการเข้ามาของแรนซัมแวร์จะยิ่งเพิ่มขึ้นมหาศาล” คงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท