posttoday
กลต.เปิดไส้ในความผิด

กลต.เปิดไส้ในความผิด

17 กันยายน 2559

โอนหุ้นไม่สมฐานะบจ.แห่งหนึ่ง8.5พันล้าน พรบ.ใช้ปีนี้

โอนหุ้นไม่สมฐานะบจ.แห่งหนึ่ง8.5พันล้าน พรบ.ใช้ปีนี้

โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.เปิดความผิดแอพเพิล เวลธ์ พบโอนหุ้นไม่สมฐานะลูกค้าใน บจ.แห่งหนึ่ง 8.5 พันล้าน

นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงกรณีที่พักงานนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอพเพิล เวลธ์ ว่า ประเด็นหลักในการลงโทษ คือ เรื่องการไม่รู้จักตัวตนลูกค้า โดยละเลยไม่ตรวจสอบข้อมูลลูกค้า เพราะพบว่าโดยปกติลูกค้าไม่มีการซื้อขายหุ้น แต่เกิดธุรกรรมโอนหุ้นมูลค่าสูงเกินฐานะ ถือเป็นรายการที่ผิดปกติ และ บล.แอพเพิล เวลธ์ จะต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนให้ลูกค้า เพราะเป็นรายการที่น่าสงสัยและข้อผิดพลาดถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ จากที่ ก.ล.ต.ตรวจสอบพบและเคยสั่งให้วิเคราะห์แต่บริษัทเพิกเฉย

ทั้งนี้ ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต.ในรอบ 3 เดือน ระบุว่า วันที่ 31 ส.ค. 2558-วันที่ 14 มี.ค. 2559 บล.แอพเพิล เวลธ์ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด โดยมีระบบงาน มีการทำความรู้จักลูกค้า และการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยลูกค้าหลายรายซึ่งบางรายเป็นนิติบุคคลต่างประเทศมีเอกสารประกอบการเปิดบัญชีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ประธานกรรมการบริหารได้อนุมัติการเปิดบัญชีให้

นอกจากนั้น ยังพบลูกค้าหลายรายมีการโอนหุ้นหรือรับโอนหุ้นจากบุคคลอื่นที่ไม่สัมพันธ์กันและมีพฤติกรรมโอนที่น่าสงสัย เช่น แตกย่อยรายการโอนเป็นหลายวัน และผู้รับโอนโอนต่อให้กับลูกค้าอื่นอีกหลายราย มีมูลค่ารวม 537.8 ล้านบาท รวมถึงพบการโอนและรับโอนหุ้นที่ไม่สอดรับกับศักยภาพฐานะทางการเงินของลูกค้า เฉพาะหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งเป็นมูลค่าสูงถึง 8,501 ล้านบาท แต่บริษัทไม่ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบงานของ บล.แอพเพิล เวลธ์ มีช่องโหว่และบกพร่องอย่างร้ายแรง ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุน

ด้าน นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับแก้ไขที่เพิ่งผ่านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายหลังนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและลงในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้กฎหมายที่ปรับปรุงแก้ไข คือ 1.การกระทำไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ 2.การเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง และ 3.การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม ความไม่เป็นธรรมในการซื้อขาย ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุนและตลาดทุน ครอบคลุมการบอกกล่าวหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือที่จะทำให้เข้าใจผิด รวมถึงการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ที่ใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งจะทำให้ผู้ให้ข้อมูลหรือความเห็นต่อประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังและความรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ดีการคาดการณ์สามารถทำได้หากตั้งอยู่บนฐานของข้อมูลที่เป็นจริง ไม่บิดเบือน

ความผิดเกี่ยวกับการเอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่รู้มา โดยกฎหมายที่แก้ไขกำหนดให้บุคคลที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน ต้องไม่นำข้อมูลไปหาประโยชน์หรือไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น และผู้รับข้อมูลก็ต้องไม่นำไปหาประโยชน์หรือไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นต่อไป โดยกฎหมายจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลวงใน เช่น กรรมการผู้บริหาร ที่ซื้อขายหุ้นในช่วงที่มีข้อมูลสำคัญและยังไม่เปิดเผย ถือว่าเป็นผู้ซื้อขายที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และในกรณีผู้ใกล้ชิดกับบุคคลวงใน เช่น ญาติที่ใกล้ชิด หากมีการซื้อขายที่ผิดปกติในช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นผู้ซื้อขายที่รู้หรือครอบครองข้อมูลภายในเช่นกัน

อย่างไรก็ดี สำหรับความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหลักทรัพย์ กฎหมายที่แก้ไขแบ่งความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหลักทรัพย์ออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขาย และการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะต่อเนื่องจนทำให้ราคา/ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ความผิดกลุ่มนี้มักมีการกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม กฎหมายจึงมีการกำหนดให้การพิสูจน์การกระทำร่วมกันง่ายขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการลงโทษทางแพ่งจะทำให้คดีเร็วขึ้น เพราะจะสิ้นสุด 2 ศาล คือ แพ่งและอุทธรณ์ และคนที่ทำความผิดจะถูกห้ามซื้อขาย 5 ปี ห้ามเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และ บล.10 ปี โทษปรับ 2 เท่า และเรียกคืนผลประโยชน์เบ็ดเสร็จ รวม 3 เท่า ซึ่งคดีไหนจะเข้ามาตรการทางแพ่งก็จะอยู่ที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท