
รัฐ-เอกชนปรับตัว รับยุคบิ๊กดาต้า
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดเสวนาหัวข้อ “มิติใหม่ของนโยบายเศรษฐกิจไทยในยุคแห่งข้อมูล”
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดเสวนาหัวข้อ “มิติใหม่ของนโยบายเศรษฐกิจไทยในยุคแห่งข้อมูล” ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2559 โดย วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับยุคแห่งข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) ที่จะเป็นมิติใหม่ของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนเข้าถึงได้ เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการขจัดคอร์รัปชั่นในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงการเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่เป้าหมายของข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนนั้นต้องมีหลักการสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลต้องสมบูรณ์ เป็นข้อมูลดิบไม่ผ่านการกรอง ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกันและเท่าเทียม เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงข้อมูล
ทั้งนี้ การจัดอันดับดัชนีการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) ในปี 2559 พบว่า ประเทศไทยมีการเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาล อยู่ในอันดับ 77 จาก 193 ปรับขึ้นจาก 102 ในปี 2557 ส่วนดัชนีการเปิดเผยข้อมูลของรัฐบาลไทยในปี 2558 คิดเป็น 39% ของข้อมูลที่ควรรู้ อยู่ในอันดับ 42 ของประเทศที่จัดอันดับทั้งหมด
ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป ทำให้ธนาคารต้องวางแนวทางธุรกิจใหม่เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้ามากที่สุดในภาวะที่เทคโนโลยีทำให้ลูกค้าห่างเหินไป ทำให้บริการของแบงก์หายไปจากวงจร อาจกระทบให้ธนาคารและแบรนด์ไม่ได้รับความสำคัญอีกต่อไป นอกจากนี้ ในอนาคตธนาคารอาจจะต้องขยายธุรกิจไปสู่บริการที่ไม่ใช่การเงินหรือไม่ เพราะอย่าง อาลีบาบา ที่เป็นเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ยังขยับมาให้บริการทางการเงิน ก็น่าคิดว่า สถาบันการเงินอาจจะเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ใช่การเงินได้หรือไม่ ในโลกที่ต้องแข่งกับคู่แข่งที่ไร้พรมแดน
ด้าน พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ไอบีเอ็ม กำลังเข้าสู่คลื่นลูกที่ 3 ยุคคอมพิวเตอร์เสมือนมนุษย์ (Cognitive Era) ที่มีนัยสำคัญจากทุกวันนี้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์มี 80% ที่คอมพิวเตอร์ไม่เข้าใจ เช่น รูปภาพ หรือฟิล์มเอกซเรย์ และทำหน้าที่เพียงเก็บข้อมูล แต่ขณะนี้ คอมพิวเตอร์จะเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ และเข้าใจภาษามนุษย์ สามารถสื่อสาร ให้เหตุผล และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้ได้
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจมีอุปสรรคในการปรับตัวรองรับยุคแห่งข้อมูล คือ ความไม่พร้อม โดยพบว่า มีหลายบริษัทขอคำปรึกษาในการจัดทำฐานข้อมูล แต่เมื่อขอข้อมูลทั้งหมด ทางบริษัทกลับขอใช้เวลา 2 ปีในการรวบรวม ซึ่งคงไม่ทันการณ์ เพราะโลกเป็นเรื่องความเร็ว ต้องเริ่มทันทีในข้อมูลที่มีปัจจุบัน ขณะที่ อุปสรรคอีกด้านหนึ่งคือความคิดนอกกรอบ หลายองค์กรเลือกที่จะเฟ้นคนนอก หรือหาคนรุ่นใหม่เข้ามา ขอแนะนำว่า แต่ละองค์กรควรเน้นสนับสนุนและพัฒนาคนในองค์กรขึ้นมาก ทั้งให้ออกไปหาประสบการณ์ข้างนอก หรือจัดการฝึกอบรมในเรื่องการจัดการข้อมูล จะช่วยได้อีกทางหนึ่ง







