posttoday
บินไทยไฟเขียวจ้างที่ปรึกษาศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา

บินไทยไฟเขียวจ้างที่ปรึกษาศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา

17 กันยายน 2559

“บอร์ดบินไทย” ไฟเขียวจ้างที่ปรึกษาเร่งเดินหน้าศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา เล็งเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนต้นปีหน้า หวังเป็นกำลังสำคัญหนุนสัดส่วนรายได้ 25% ในอนาคต

“บอร์ดบินไทย” ไฟเขียวจ้างที่ปรึกษาเร่งเดินหน้าศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา เล็งเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนต้นปีหน้า หวังเป็นกำลังสำคัญหนุนสัดส่วนรายได้ 25% ในอนาคต

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ภายในที่ประชุมได้มีการอนุมัติจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาร่วมกำหนดรายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ในการร่วมทุนจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 2 – 3 เดือนนี้ และสามารถขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้เห็นเป็นรูปธรรมภายในปีหน้าตามนโยบายของรัฐบาล

อย่างไรก็ดี การบินไทยมั่นใจว่าการศึกษาขยายธุรกิจในส่วนที่นอกเหนือจากรายได้ธุรกิจการบิน (นอนคอร์) ครั้งนี้จะสามารถปรับสัดส่วนรายได้ของการบินไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งหวังว่ารายได้ที่จะมาจากการเปิดศูนย์ซ่อมอากาศยานนั้นจะคิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้ในภาพรวมบริษัทในอนาคต ทั้งนี้กรอบดำเนินการเบื้องต้น หลังได้รูปแบบแผนที่กำหนดถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้า และลักษณะของศูนย์ซ่อมอากาศยานที่ชัดเจนแล้ว คาดว่าในช่วงต้นปี 2560 การบินไทยจะสามารถเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนและเริ่มพัฒนาโครงการได้

“ ต่อไปรายได้จากศูนย์ซ่อมอากาศยานจะเป็นรายได้ที่สำคัญ และเป็นรายได้ที่มั่นคงของการบินไทยในอนาคต ในขณะที่รายได้จากธุรกิจการบินมีความไม่แน่นอนมีการปรับขึ้นลงค่อนข้างสูง ดังนั้นเป้าหมายของการบินไทยจะต้องค่อยๆ เพิ่มรายได้จากธุรกิจนอนคอร์ โดยเฉพาะศูนย์ซ่อมให้ได้มากที่สุด ซึ่งในปีหน้าจะมีความชัดเจนในส่วนของการเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาร่วม ซึ่งจะต้องเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญและตอบโจทย์เป้าหมายการดำเนินงานในศูนย์ซ่อมของการบินไทยเป็นอย่างดี ดังนั้นระหว่างนี้ต้องให้เวลากับการประเมินความต้องการของตลาดก่อน โดยเฉพาะในเอเชียที่จะมีการสั่งซื้อเครื่องบินมากกว่า 1 พันลำ”

นายอารีพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า การบินไทยมีศักยภาพ และมีบุคลากรที่มีความสามารถในการผลักดันให้การบินไทยเป็นศูนย์กลางด้านการซ่อมอากาศยานในภูมิภาคอยู่แล้ว เพราะอีกปัจจัยสำคัญของไทยคือได้เปรียบทางด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และความเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่จะเป็นโอกาสสำคัญทำให้สายการบินต่างๆ เลือกที่จะใช้บริการศูนย์ซ่อมของไทย เนื่องจากประยัดเวลาและระยะทางในการบินเพื่อนำเครื่องมาซ่อมได้ อีกทั้งธุรกิจซ่อมอากาศยานยังมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เพราะจำนวนเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจึงถือว่าเป็นโอกาสของการบินไทยที่มีช่างที่มีศักยภาพความพร้อมดังนั้นจะมุ่งเน้นในด้านการซ่อมบำรุงให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ ในที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ยังได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับปรุงที่นั่งบนเครื่องบิน โบอิ้ง 777 - 200 ER จำนวน 6 ลำ ซึ่งมีอายุการใช้งาน 10  ปี และได้รับการร้องเรียนเรื่องความไม่สะดวกสบายของที่นั่งผู้โดยสาร ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเครื่องทั้ง 6 ลำนี้จะเริมดำเนินการได้ในปี 2561 เนื่องจากต้องใช้เวลาในการรอคิวการผลิตที่นั่งบนเครื่องบินเพราะมียอดจองจำนวนมาก

แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับพื้นที่แผนพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานของการบินไทย เบื้องต้นจะขยายออกไปจากพื้นที่เดิมจำนวน 200 ไร่ โดยประเด็นวงเงินการลงทุนจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะจัดใช้อยู่ที่ 9 พัน – 1 หมื่นล้านบาท เปรียบเทียบจากการพัฒนาศูนย์ซ่อมในปี 2540 ที่การบินไทยลงทุนศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา ใช้วงเงินไปประมาณ 3  พันล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท