
โปร-ทอยส์ เทคสตาร์ทอัพไทย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สตาร์ทอัพไทยกลุ่มหนึ่งที่รวมกันจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตสินค้าใหม่ เจาะอุตสาหกรรมคอนเทนต์และบันเทิงของไทย รวมทั้งสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในตลาดโลกได้อย่างดี กับ “โปร-ทอยส์” ผลิตภัณฑ์ที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมบันเทิงไทยทั้งหมด
“บุญชัย วงศ์บวรเกียรติ” และ “บงการ พยัฆวิเชียร” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โปร-ทอยส์ เปิดเผยว่า ได้สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคสตาร์ทอัพที่ผลิต “Matrix Simulation Training” หรือระบบควบคุมและสั่งถ่ายกล้องแบบ Bullet Time 360 องศา ที่มีความแม่นยำสูง และสามารถสั่งงานกล้องให้ทำงานพร้อมกันผ่านระบบได้จำนวนมากกว่า 50 ตัวขึ้นไป ทำให้ผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมบันเทิง ภาพยนตร์ เพลง เกม หรือเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้รับความสะดวกที่สุด
“บริษัทได้ออกแบบซอฟต์แวร์ให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกมากที่สุด และได้รับความรวดเร็วในการทำงาน โดยเป็นทีมงานภายในบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวออกมา ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนามากกว่า 1 ปี และคิดค้นระบบดังกล่าวได้เป็นประเทศที่ 3 ของภูมิภาคเอเชีย” ผู้บริหารโปร-ทอยส์ กล่าว
ทั้งนี้ การพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวที่เป็นซอฟต์แวร์ในรูปแบบฝังตัว (Embedded Software) รวมทั้งกำลังผลักดันการพัฒนาซอฟต์แวร์นี้เข้าสู่บัญชีนวัตกรรมของประเทศไทย รวมทั้งซอฟต์แวร์นี้ยังได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม ITEX 2016 จากการประกวดแข่งขันนวัตกรรมนานาชาติ ซึ่งจัดที่ประเทศมาเลเซีย ที่มีประเทศจากเอเชียและยุโรปเข้าประกวด นอกจากนี้ยังกวาดรางวัลจากการประกวดในหลายเวที
สำหรับการที่บริษัทมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบฝังตัว เพราะบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีบริษัทในเครือรวม 4 ตัว ทั้งการผลิตโปรดักชั่น การถ่ายทำ
สเปเชียล เอฟเฟกต์ ที่ทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว จึงเข้าใจในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับถ่ายทำอย่างลึกซึ้ง และสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต่อยอดและสร้างนวัตกรรมให้แก่ประเทศไทย รวมทั้งจะช่วยเปลี่ยนให้อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากคนไทย โดยไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศ
อีกทั้งการสร้างสตาร์ทอัพใหม่นี้ มีความแตกต่างจากสตาร์ทอัพรายอื่นในประเทศ เพราะมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์แบบฝังตัวที่สามารถพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ได้ และประเมินว่าความต้องการในตลาดมีในระดับสูง ขณะเดียวกันบริษัทยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังพัฒนาอีก 5 ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นนวัตกรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ร่วมเข้าโครงการของ สวทช. ที่ร่วมพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ทอัพ
“การทำธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น ในช่วงแรกๆ มีช่วงที่เราล้มเหลวหลายครั้ง เป็นเวลากว่า 2 ปีที่ไม่หยุดพัฒนา แต่สิ่งที่ทำให้ทีมพัฒนาจนสำเร็จ คือ การมีทีมงานเป้าหมายเดียวกัน มีความคิดเหมือนกัน และมีความกล้า รวมทั้งมีความเข้าใจในสิ่งที่พัฒนาอย่างมาก และที่สำคัญมีบริษัทในเครือที่พร้อมส่งเสริมการสร้างสิ่งใหม่” ทั้งสองกล่าว
นอกจากนี้ กำลังขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอินเดียที่อุตสาหกรรมบันเทิง หรือที่เรียกว่า บอลลีวู้ด เติบโตสูงมาก จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของบริษัท รวมทั้งสนใจประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ที่จะขยายตลาดในรูปแบบการขายระบบแบบแฟรนไชส์แต่ละประเทศ ส่วนในประเทศจะให้บริการรูปแบบเช่าระบบการทำงานของบริษัท โดยมีอัตราค่าบริการที่ 7 หมื่น-2 แสนบาท/วัน ถือว่ามีราคาต่ำกว่าค่าบริการจากต่างประเทศประมาณ 3 เท่าตัว
ทั้งคู่กล่าวด้วยว่า มีความมั่นใจว่าโอกาสของธุรกิจในตลาดโลกมีสูงมาก เพราะความเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์มีมากขึ้นในตลาดไทยและตลาดโลก รวมถึงสามารถต่อยอดไปในหลายอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ทั้งเกม 3D พรินติ้ง โดยบริษัทจะไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างสิ่งใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทย







