
ส่วนต่างบอนด์ขยาย เก็งเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย
นักลงทุนทิ้งบอนด์สหรัฐระยะยาว ถือบอนด์ระยะสั้น หลังเก็งเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย ยุโรป-ญี่ปุ่นกักกระตุ้น
นักลงทุนทิ้งบอนด์สหรัฐระยะยาว ถือบอนด์ระยะสั้น หลังเก็งเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย ยุโรป-ญี่ปุ่นกักกระตุ้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี และ 30 ปี กำลังปรับตัวขึ้น หลังหดตัวลงไปแตะจุดต่ำสุดตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2015 เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดเก็งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ โดยความต่างระหว่างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 9 เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง ลาเอล เบรนนาร์ด สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ซึ่งนับเป็นคนสุดท้ายที่จะแสดงความเห็นก่อนการประชุมในสัปดาห์หน้า ระบุแสดงการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อเปิดช่องให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัว
“นอกเหนือจากผลตอบแทนพันธบัตรแล้ว เส้นอัตราผลตอบแทนมีความคงที่สม่ำเสมอ ซึ่งบ่งชี้เบื้องหลังนั่นคือ ทุกคนกำลังคิดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยตลอดไป” อารอน โคห์ลี นักวิเคราะห์ฝ่ายตราสารหนี้จากสถาบันการเงินบีเอ็มโอ แคปปิตอล มาร์เก็ตส์ คอร์ป ในสหรัฐ กล่าว
บลูมเบิร์ก ระบุว่า นักลงทุนนิยมถือพันธบัตรระยะสั้น 5 ปี มากกว่าจนผลตอบแทนดังกล่าวปรับตัวลดลง เนื่องจากการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดสร้างความคาดหวังอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเทขายพันธบัตรระยะยาวจนผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลกไม่มีท่าทีขยายการใช้นโยบายการเงิน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเทขายพันธบัตรอายุ 30 ปี อย่างหนักในช่วงเวลา 2 วัน ซึ่งกลายเป็น 2 วันที่มีการเทขายพันธบัตรดังกล่าวมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี หลัง มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สร้างความผิดหวังให้นักลงทุน ด้วยการประกาศคงมาตรการทางการเงินและไม่มีการขยายมาตรการซื้อคืนสินทรัพย์ (คิวอี) ซึ่งจะสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2017 ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น
(บีโอเจ) ใช้มาตรการกระตุ้นน้อยกว่าคาดการณ์เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์ก ระบุว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปีของหลายประเทศมีการเปลี่ยนแปลงเพียงน้อย โดยพันธบัตรระยะ 10 ปีของสหรัฐอยู่ที่ 1.71% ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของญี่ปุ่นและออสเตรเลียอยู่ที่ติดลบ 0.035% และ 2.11% ตามลำดับ







