
คลอดเกณฑ์โอนหุ้น
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์คลอดเกณฑ์โอนหุ้นข้ามชื่อ ล้อมคอกทรัพย์สินลูกค้า ทุจริตโอนหุ้น ใช้บัญชีนอมินี ปั่นหุ้นและฟอกเงิน
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์คลอดเกณฑ์โอนหุ้นข้ามชื่อ ล้อมคอกทรัพย์สินลูกค้า ทุจริตโอนหุ้น ใช้บัญชีนอมินี ปั่นหุ้นและฟอกเงิน
แหล่งข่าวผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (บล.) อยู่ระหว่างการร่างหลักเกณฑ์การโอนหุ้นข้ามชื่อออกมาใช้บังคับกับสมาชิก โดยมีวัตถุประสงค์ป้องกันการโอนหุ้นจากบุคคลหนึ่งสู่บุคคลหนึ่ง ในลักษณะตัวแทน(นอมินี) ไปสร้างราคาหุ้น หรือการทุจริต รวมทั้งการฟอกเงิน
ที่ผ่านมา มีการโอนหุ้นข้ามชื่อเพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการเปิดบัญชีใหม่ หรือการเพิ่มวงเงินในการซื้อขายหุ้น หรือเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) แอบโอนหุ้นลูกค้า
“ระหว่างที่สมาคมยังไม่ได้ออกกฎเกณฑ์บังคับใช้ ผู้บริหารแต่ละโบรกเกอร์จะใช้ดุลพินิจพิจารณาในการโอนหุ้นของลูกค้า มีการติดต่อสอบถามกับเจ้าของหุ้น ถึงความต้องการในการโอนหุ้นข้ามชื่อโดยดูเจตนาเป็นหลัก หากมีข้อสงสัยว่ารายการโอนหุ้น เข้าข่ายทำธุรกิจที่มีเหตุสงสัย ต้องแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ทันที” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวระบุอีกว่า การโอนหุ้นข้ามชื่อเป็นช่องทางหนึ่งของการเปิดบัญชีนอมินี เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น จะไม่ถึงตัวเจ้าของทรัพย์ ประเด็นการป้องกันโอนหุ้นข้ามชื่อ ไม่ได้กลัวแค่การฟอกเงิน มีการกลัวเรื่องทุจริตด้วย เพราะหุ้นหรือหลักทรัพย์เหมือนเงินสด หากเกิน 2 ล้านบาท ต้องแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) และ ปปง. ซึ่งหลักเกณฑ์โอนหุ้น ควรกำหนดมูลค่าหุ้นที่โอน ขนาด ที่มีนัยสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความไม่สะดวกกับลูกค้าเจ้าของหุ้น ที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของโบรกเกอร์ด้วย
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในฐานะนายกสมาคม บล. กล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์การโอนหุ้นข้ามชื่อ ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อดูความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ หากไม่มีการแก้ไขสามารถประกาศใช้ได้ทันทีภายในเดือน ต.ค.นี้ และความพร้อมของสมาชิก คาดภายในปีนี้นำออกมาใช้ได้
นายกสมาคม กล่าวว่า หลักเกณฑ์การโอนหุ้นข้ามชื่อ สามารถทำได้หากเป็นการโอนหุ้นให้สามี ภรรยา ถูกต้องตามกฎหมาย โอนหุ้นบุตร หรือบุตรบุญธรรม
สำหรับการโอนหุ้นข้ามชื่อที่เป็นข้อห้าม สามารถทำได้ 2 วิธี คือ เจ้าของหุ้น (ผู้โอน) และผู้รับโอน ต้องไปทำการโอนหุ้นที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มีคนรับผิดชอบ โดยมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการโอน หรือ 2.การโอนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีความโปร่งใส ทั้งการซื้อขายแบบบิ๊กล็อต หรือการทำรายการที่มีคำสั่งของผู้ซื้อกับผู้ขาย มีค่าธรรมเนียม (คอมมิชชั่น) การซื้อขายตามปกติ
นายกสมาคม กล่าวว่า วัตถุประสงค์การออกหลักเกณฑ์การโอนหุ้นข้ามชื่อ เพื่อให้กระบวนการโอนหุ้นมีความโปร่งใส ไม่หละหลวมทำให้เกิดความเสี่ยงกับลูกค้าและโบรกเกอร์ รักษาทรัพย์สินของลูกค้าให้มีความมั่นคง
“อดีตการโอนหุ้นข้ามชื่อ ถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิของโบรกเกอร์หรือลูกค้า ช่วงลูกค้าตื่นตัวข่าวคดีทุจริตการโอนหุ้นโด่งดัง เป็นจังหวะให้สมาคมเดินหน้าเต็มตัว ซึ่งเรื่องการโอนหุ้นไม่ได้เป็นสาเหตุอื่นๆ แต่สมาคมมองจำกัดแค่การโอนหุ้นให้ถูกต้อง และเกิดความปลอดภัยของทรัพย์สินของลูกค้า ระบบมีความปลอดภัย ไม่ได้ห้ามการโอนหุ้น ซึ่งหลังจากหลักเกณฑ์ออกมาบังคับใช้แล้ว จะโอนหุ้นแบบปกติไม่ได้แล้ว ต้องโอนผ่านศูนย์รับฝากฯ หรือตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น” นายกสมาคม กล่าว
นางภัทธีรา กล่าวถึงกรณีของนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ว่า ไม่เข้าใจว่าการโอนหุ้นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิลเวลธ์ เกี่ยวข้องอย่างไรกับ KYC เพราะมีการนำ KYC กับการโอนหุ้นมาผูกกัน ซึ่งการปฏิบัติจะแยก KYC กับการโอนหุ้น โดย KYC ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของบุคคล การรู้จักตัวตนของลูกค้าและการพิสูจน์ทราบของลูกค้า เป็นขั้นตอนการเปิดบัญชีของลูกค้า ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ต้องทำความรู้จักลูกค้า หากมีข้อสงสัย เช่น ลูกค้ามาเปิดบัญชี วงเงิน 1 แสนบาท แต่ภายหลังมีเงินหรือหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ควรรีบสอบถามทำความรู้จักให้รู้ว่าที่มาของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมาจากไห







