posttoday
วิชั่น 'ฐาปน 2020' โลกไร้พรมแดนปรับองค์กรให้เร็ว

วิชั่น 'ฐาปน 2020' โลกไร้พรมแดนปรับองค์กรให้เร็ว

16 กันยายน 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคน รวมทั้งยังส่งผลให้โลกแห่งการค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การดำเนินธุรกิจจากนี้ไป องค์กรต้องปรับตัวให้เร็ว ทรัพยากรบุคคลในต่างประเทศของไทยเบฟเวอเรจที่มีร่วม 4 หมื่นคน และคนไทยอีกมากกว่า 3.5 หมื่นคน ต้องมีทักษะหลายด้าน และพร้อมที่จะทำงานได้ทั่วโลก นั่นคือแนวทางการบริหารองค์กรอาณาจักรแสนล้าน ของ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” สู่วิสัยทัศน์ 2020

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ตราช้าง เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของไทยเบฟเวอเรจเริ่มมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะอีก 10 ปีข้างหน้าการค้าขายจะไร้พรมแดน ต้องสร้างความพร้อมและรับมือ ขณะนี้มีแนวคิดว่าในปี 2573 ผู้บริหารในระดับสูงต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปี เพื่อให้องค์กรมีเลือดใหม่ของคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ซึ่งธุรกิจของบริษัทมีอยู่ 70 ประเทศทั่วโลก และมีโรงงานผลิตสินค้าด้วยกัน 4 แห่ง ได้แก่ ฐานการผลิตวิสกี้ ที่สกอตแลนด์ โรงงานสุรา ที่สาธารณประชาชนจีน โรงงานผลิตเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในมาเลเซีย และโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ที่ไทย

สำหรับบทบาทการเข้ามานั่งตำแหน่ง การลงทุนสร้างแบรนด์ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ไทยเบฟฯ มีตำแหน่งนี้ เพราะต้องการปรับโครงสร้างทางธุรกิจให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายและผลกำไร โดยจะให้ความสำคัญกับ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ ซึ่งโมเดลธุรกิจบริษัทพร้อมที่จะซื้อกิจการในอาเซียนกลุ่มเครื่องดื่มทั้งหมด เพื่อนำสินค้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอและมีโรงงานที่พร้อมสำหรับผลิตสินค้า ส่วนการลงทุนสร้างโรงงานเองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา เพราะต้องรอให้ยอดขายสินค้ามีปริมาณที่มากพอ ไม่มีใครจะลงทุนสร้างโรงงานเองในช่วงที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ

โจทย์การทำตลาดในอาเซียน ไทยเบฟฯ ต้องการนำแบรนด์เครื่องดื่มของคนไทยไปปักธงในตลาดอาเซียน ด้วยการเป็นเบอร์หนึ่งให้สำเร็จ รวมทั้งผลักดันแบรนด์เครื่องดื่มจากทางเอฟแอนด์เอ็นให้รั้งอันดับหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ สุราสี ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดอาเซียน สำหรับคู่แข่งสินค้าในเวียดนามมีความได้เปรียบกว่าไทยที่กระบวนการทำงานรวดเร็วกว่าไทย ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกระบวนความคิดใหม่ เพื่อยกระดับให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้องสร้างกระบวนการบริหารจัดการ ไม่ใช่แค่จะขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

เมื่อถามถึงภาพรวมธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร ฐาปน มองว่า ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคการเลือกซื้อสินค้ามาจากสินค้าที่มีประโยชน์ และขณะเดียวกันยังต้องการความสะดวกรวดเร็ว ทำให้ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าขนาดเล็ก ทั้งๆ ที่มีราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับขนาดใหญ่ที่มีราคาถูกกว่า ดังนั้นการวางขนาด หรือไซส์ของผลิตภัณฑ์ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ และพิสูจน์ว่าราคาไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเสมอไป

ทั้งนี้มือขวาการทำธุรกิจของไทยเบฟฯ “อวยชัย ตันทโอภาส” การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส  โดยจะควบคุมดูแลช่องทางการจำหน่ายสินค้าในฐานะผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย มีหน้าที่รับผิดชอบการสร้างยุทธศาสตร์ รวมทั้งการทำตลาดในทุกช่องทาง ทั้งค้าปลีก ช่องทางโฮเรกา และหน่วยรถเงินสด นอกจากนี้บริษัทยังตั้งหน่วยงานพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเป็นแผนกพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เป็นหน่วยงานที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ผสมผสานกับการบริหารจัดการ

ในส่วนของการทำงานของซัพพลายเชน บริษัทพยายามผลักดันให้เกิดความถี่ในการดื่ม หรือกระทั่งการกระจายสินค้าใหม่มีความสดใหม่ สินค้าต้องส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วภายใต้แนวคิด “ทรง บุลสุข” ของเสริมสุข คือ “โฆษณาให้ถึงใจ ขายให้ถึงตัว”

ฐาปน กล่าวว่า ไทยเบฟฯ ไม่สนใจเรื่องการลงทุนรถไฟความเร็วสูง เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มธุรกิจกัน ส่วนในกลุ่มธุรกิจของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ในเครือบริษัทอื่นๆ ถือว่ามีความพร้อมที่จะลงทุน ขณะนี้รายได้ของกลุ่มนันแอลกอฮอล์มีสัดส่วนกว่า 40% วางเป้าหมายปี 2563 รายได้เพิ่มเป็น 50% ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสัดส่วนเกือบ 60% เหลือเป็น 50% รวมทั้งรายได้จากภายในประเทศเป็น 50% และต่างประเทศเป็น 50%

ปัจจุบันไทยเบฟเวอเรจเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มครบวงจรในตลาดอาเซียน มูลค่า 5.88 แสนล้านบาทอยู่แล้ว การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและรับมือกับการค้าที่ไร้พรมแดน รวมทั้งการปลุกปั้นแบรนด์ให้เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญและผลักดันให้ไทยเบฟฯ ผงาดเป็นบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำในเอเชียติดอันดับ 1 ใน 3 จากปัจจุบันรั้งอันดับ 1 ใน 5 ได้สำเร็จหรือไม่ ต้องจับตาดูฝีมือของฮกลกซิ่ว 6 คน ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ผนึกกำลังกับทางเอฟแอนด์เอ็นสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท