
การบริหาร เมื่อตัดสินใจผิดพลาด
สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้พูดถึงลักษณะร่วมอย่างหนึ่งของ 3 ยอดนักธุรกิจแห่งยุคอย่าง Bill Gates, Andy Grove และ Steve Jobs ที่ช่วยนำพาให้ธุรกิจของพวกเขายิ่งใหญ่ตราบจนปัจจุบัน นั่นคือการที่พวกเขา Paranoid หรือหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาค่ะ หลายครั้งที่ทั้ง 3 คนใช้การ Paranoid นำมาซึ่งการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมเป็นจุดให้บริษัทเกิดการก้าวกระโดด และอยู่ในตำแหน่งผู้นำทางธุรกิจจวบจนปัจจุบันค่ะ
สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้พูดถึงลักษณะร่วมอย่างหนึ่งของ 3 ยอดนักธุรกิจแห่งยุคอย่าง Bill Gates, Andy Grove และ Steve Jobs ที่ช่วยนำพาให้ธุรกิจของพวกเขายิ่งใหญ่ตราบจนปัจจุบัน นั่นคือการที่พวกเขา Paranoid หรือหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาค่ะ หลายครั้งที่ทั้ง 3 คนใช้การ Paranoid นำมาซึ่งการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมเป็นจุดให้บริษัทเกิดการก้าวกระโดด และอยู่ในตำแหน่งผู้นำทางธุรกิจจวบจนปัจจุบันค่ะ
แต่ก็ใช่ว่ายอดคนทั้ง 3 จะไม่เคยทำความผิดพลาดครั้งใหญ่นะคะ ในหนังสือ STRATEGY RULES : FIVE TIMELESS LESSONS FROM BILL GATES, ANDY GROVES and STEVE JOBS นอกจากจะพูดถึงเคล็ดลับทางกลยุทธ์ที่นำพาทั้ง 3 คนประสบความสำเร็จมาแล้ว ยังพูดถึงการตัดสินใจในช่วงเวลาที่ลำบากมากด้วยค่ะ นั่นคือการตัดสินใจในยามที่ทั้ง 3 คนได้ดำเนินกลยุทธ์ที่ผิดพลาดและเสียหายต่อธุรกิจอย่างมากว่าพวกเขามีวิธีจัดการภาวะเสี่ยงเช่นนั้นอย่างไร
ในหนังสือเล่มนี้บอกว่า ทั้ง 3 คนมีลักษณะของ Intellectually Honest หรือความซื่อสัตย์ที่ชาญฉลาดค่ะ ทำให้พวกเขาผ่านการตัดสินใจที่ยากลำบากไปได้ Grove เองนั้นเคยมีประวัติความผิดพลาดจากการที่เขาไม่สามารถ React กับแผนการบริหารวิกฤตได้อย่างที่ควรจะเป็น ขณะที่ Gates เองก็ทำพลาดครั้งใหญ่กับการทุ่มเทไปกับ MSN แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถนำพาองค์กรออกจากการติดหล่มความผิดพลาดออกไปได้ในที่สุด และนำพาบริษัทให้เติบโตต่อไปได้ โดยทั้ง 3 คนนี้ไม่ลังเลที่จะตัดสินใจในการหยุดการลงทุนธุรกิจที่เห็นแล้วว่าผิดพลาดค่ะ
การที่บริษัทหยุดการลงทุนหรือไม่ทำการลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่เกิดการผิดพลาดไปแล้วนั้น ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่าเป็นการตัดตัวธุรกิจนั้นให้เป็นต้นทุนจม หรือ Sunk Cost ไปเลยค่ะ ซึ่งข้อดีคือหน่วยธุรกิจนั้นจะไม่สร้างภาระต้นทุนเพิ่มเติมในอนาคต เพราะไม่มีการดำเนินการต่อจึงไม่มีภาระด้านต้นทุนการทำงานเข้ามาเพิ่มค่ะ ทั้ง 3 คนนี้ต่างก็ใช้มุมมองดังกล่าวในการมองธุรกิจที่ลงทุนพลาดไปแล้วในการตัดสินใจ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่การคิดในเทอมของความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่เรื่องพวกนี้ยังมีมิติของอารมณ์หรือจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยค่ะ
ทั้งนี้ เนื่องมาจากว่าธรรมชาติของการลงทุนที่มีเดิมพันทางธุรกิจสูง ผู้บริหารย่อมคิดว่ามันต้องถูกต้องและประสบความสำเร็จแน่นอนก่อนทำการตัดสินใจ แต่เมื่อผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหรือแม้แต่ตรงกันข้ามมันก็เป็นเรื่องยากค่ะที่จะยอมรับความผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา เพราะต่างคนต่างก็มี Ego ในตัวเอง ขณะเดียวกันการที่กลัวจะเสียหน้าและสูญเสียความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในตัวเองก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารหลายคนไม่กล้ายอมรับความผิดพลาดแม้ลึกๆ จะรู้อยู่แล้วว่ามันผิด
สิ่งที่ทำให้ทั้ง 3 คนแตกต่างก็คือ ทั้ง 3 คนนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้สึก Secure หรือมั่นคงในจิตใจ และเชื่อมั่นในตัวเอง ผู้บริหารที่ไม่รู้สึกมีความมั่นคงในจิตใจจะขาดความกล้าในการตัดสินใจ เพราะกลัวจะถูกตราหน้าว่าทำผิดพลาดและกระทบสถานะทางสังคมได้ ขณะที่ทั้ง 3 คนนี้พวกเขาสามารถเอาชนะ Ego ในตัวเองและมีความกล้ามากพอที่จะยอมรับข้อผิดพลาด ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจยุติการลงทุนที่ผิดพลาดลงไปแล้วได้
โดยสรุปแล้วการที่ทั้ง 3 คนมีความซื่อสัตย์อย่างชาญฉลาด หรือ Intellectually Honest นั้นก็เป็นผลดีให้ธุรกิจไม่ติดหล่มไปกับการลงทุนที่ผิดพลาดนานเกินไป ทำให้มีเวลาในการดึงทรัพยากรกลับมาโฟกัสในเรื่องที่ถูกต้องและไม่กระทบความอยู่รอดของกิจการในระยะยาวด้วย
การตัดสินใจกับเรื่องที่ผิดพลาดมาแล้วต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในเชิงเศรษฐศาสตร์และการมีความมั่นคงทางจิตใจเพื่อให้สามารถก้าวข้าม Ego ในตัวเอง และสร้างความกล้าในการตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญได้ค่ะ







