
กดซื้อมันเส้นต่ำสุด10สต.
เอกชนประมูลมันเส้นเสื่อมเข้าอุตสาหกรรมสุดถูก 0.10-1.60 บาท/กิโลกรัม ชี้ถ้าขายขาดทุนเป็นประวัติการณ์
เอกชนประมูลมันเส้นเสื่อมเข้าอุตสาหกรรมสุดถูก 0.10-1.60 บาท/กิโลกรัม ชี้ถ้าขายขาดทุนเป็นประวัติการณ์
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาประมูลมันสำปะหลังเส้นในสต๊อกรัฐบาลที่ได้จากการแทรกแซงปี 2551/2552, 2554/2555 และ 2555/2556 ปริมาณ 3.44 แสนตัน แบ่งเป็นการเปิดประมูลมันสำปะหลังเส้นเพื่อเข้าอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 มีผู้ยื่นซองเสนอราคาทั้งหมด 24 ราย จากผู้ผ่านคุณสมบัติ 30 ราย โดยยื่นเสนอราคาปริมาณรวม 2.16 แสนตัน จากทั้งหมด 2.26 แสนตัน เฉลี่ยราคาที่เสนอซื้อตั้งแต่ 0.10 บาท/กก. สูงสุด 1.60 บาท/กก.
ขณะที่การเปิดประมูลมันสำปะหลังเส้นเป็นการทั่วไปหรือเพื่อการบริโภค ครั้งที่ 1/2559 มีผู้เสนอราคาทั้งหมด 5 ราย จากที่ผ่านคุณสมบัติ 11 ราย คิดเป็นปริมาณรวมที่เสนอราคา 2.8 หมื่นตัน จากทั้งหมด 1.17 แสนตัน เฉลี่ยราคาที่เสนอซื้อตั้งแต่ 1.20-2 บาท/กก. หลังจากนี้จะนำผลการยื่นซองเสนอราคาทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกรัฐบาลพิจารณาในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ก่อนที่จะสรุปผลเสนอประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ต่อไป
“การประมูลครั้งนี้มีผู้เสนอซื้อเป็นที่น่าพอใจ โดยในวันที่ 15 ก.ย. คณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล จะประชุมเพื่อกำหนดราคาเกณฑ์กลาง (ฟลอร์ไพรซ์) ซึ่งจะพิจารณาจากราคาตลาดย้อนหลัง 15 วัน และหักค่าเสื่อมราคาของมันสำปะหลังเส้นในแต่ละปี จากนั้นจะนำผลสรุปเสนอประธาน นบมส. โดยหลักการพิจารณาหากเปรียบเทียบแล้วราคาเสนอซื้อต่ำกว่าราคาฟลอร์ไพรซ์ แต่มากกว่าค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาต่อเดือนอยู่ที่ 50 ล้านบาท อาจจะขายก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของระดับนโยบาย” นายกีรติ กล่าว
สำหรับมันสำปะหลังที่เหลือจากการประมูลครั้งนี้ คาดว่าจะพิจารณาระบายในช่วงก่อนที่ผลผลิตปี 2559/2560 จะออกสู่ตลาดในเดือน พ.ย.-ธ.ค. เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาตลาด ส่วนผู้ชนะการประมูลมีกำหนดต้องทำสัญญากับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่ได้รับการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งชำระเงินงวดแรกภายใน 15 วันทำการนับตั้งแต่ลงนามทำสัญญา และส่งมอบขนย้ายให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันทำสัญญา หากไม่เป็นไปตามกำหนด ผู้ซื้อจะต้องชำระค่าปรับและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา
ด้านแหล่งข่าวจากวงการมันสำปะหลัง กล่าวว่า การจำหน่ายมันสำปะหลังเส้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมครั้งนี้ อาจขาดทุนมากสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะส่วนใหญ่ผู้เสนอซื้อเป็นเจ้าของคลังที่มาประมูลเพื่อหักลบบัญชี ทำให้มีการเสนอราคาต่ำมากใน กก.ละ 10 สตางค์ เพราะมันเส้นล็อต นี้ได้จากโครงการจำนำปี 2551/2552 ซึ่งเก็บไว้นานกว่า 8 ปี ไม่สามารถนำไปผลิตอะไรได้แล้ว ต้องนำไปเผาทิ้งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานแทน
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบราคารับจำนำหัวมันสดที่ได้จากการแทรกแซงทั้ง 3 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 2.50 บาท/กก. ซึ่งแปลงสภาพเป็นมันเส้นรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วต้นทุนรับจำนำมันเส้นจะอยู่ที่ 6.46 บาท/กก. ถ้าขายมันเส้นเพื่อเข้าอุตสาหกรรมในราคา 10 สต./กก. จะขาดทุนประมาณ 6.36 บาท/กก. แต่หากเปรียบเทียบกับราคามันเส้นในตลาด ซึ่งขณะนี้เฉลี่ย 3 บาท/กก. จะขาดทุน 2.90 บาท/กก. แต่ต้องยอมรับว่ามันเส้นที่นำมาขายเข้าอุตสาหกรรมเสื่อมสภาพมากไม่สามารถนำไปเป็นอาหารทั้งคนและสัตว์ได้แล้ว
“ส่วนการประมูลมันเส้นทั่วไปราคาที่เสนอซื้อ 1.20-2 บาท/กก. ถือว่าใกล้เคียงกับราคาตลาด แต่ปริมาณเสนอซื้อไม่มาก ทำให้เหลือมันเส้นอีก 8.9 หมื่นตัน ที่ต้องประมูลอีกรอบ” แหล่งข่าวเปิดเผย







