
สิ่งทอหนีฐานผลิตเขมร
เอกชนไทยย้ำกัมพูชาฐานผลิตโรงงานสิ่งทอสำคัญ สวนทางต่างชาติทยอยปิดตัวกว่า 70 แห่ง หวั่นไทยปรับขึ้นค่าแรงรายวันอีก 20% ทำต้นทุนพุ่ง
เอกชนไทยย้ำกัมพูชาฐานผลิตโรงงานสิ่งทอสำคัญ สวนทางต่างชาติทยอยปิดตัวกว่า 70 แห่ง หวั่นไทยปรับขึ้นค่าแรงรายวันอีก 20% ทำต้นทุนพุ่ง
นายวัลลภ วิตนากร ประธานบริหาร ไฮเทคกรุ๊ป ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศกัมพูชายังเป็นฐานการผลิตสำคัญในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมา
ยอมรับว่ากัมพูชามีปัญหาด้านประสิทธิภาพการผลิตและการส่งมอบ ทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งมองว่าหากผู้ประกอบการธุรกิจไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ก็ต้องทยอยปิดตัวไป ส่วนใหญ่เป็นโรงงานท้องถิ่นและผู้ประกอบการต่างชาติที่ไม่มีประสิทธิภาพพอ แต่ไม่มีโรงงานผู้ประกอบการไทย
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปขยายฐานการผลิตในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ และกระจายการลงทุนใน 2-3 ประเทศ ไม่เลือกเพียงประเทศเดียว เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกในด้านต่างๆ จากแต่ละประเทศ และมีสภาพคล่องดี รวมถึงมีตลาดอยู่ในมืออยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาดังกล่าว
ขณะที่การปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำในประเทศเพื่อนบ้านนั้น มีการปรับขึ้นในทุกประเทศและปรับขึ้นทุกปี แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยมาก โดยในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น ในเบื้องต้นคาดจะมีการเสนอให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นจาก 300 บาท/วัน เป็น 360 บาท/วัน ซึ่งเทียบแล้วต้นทุนค่าแรงของไทยจะปรับขึ้นมากถึง 20% โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าค่าแรงขั้นต่ำที่รับได้จะอยู่ที่ 310-315 บาท/วัน หรือปรับขึ้นเพียง 3-5% และอยากให้พิจารณาการปรับขึ้นตามพื้นที่และประสิทธิภาพแรงงานและผู้ประกอบการแทนการปรับขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ
ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหวา รายงานว่า โรงงานรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปกว่า 70 แห่งในกัมพูชา จากทั้งหมด 1,000 แห่ง ได้ปิดตัวลงจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจมานาน โดยมีโรงงานเปิดใหม่เพิ่มเพียง 2 แห่ง โดยยอดสั่งซื้อรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปของกัมพูชาในช่วง
8 เดือนแรกของปีนี้ลดลงเฉลี่ยเกือบ 30% ส่งผลให้โรงงานหลายแห่งต้องมีการปรับลดชั่วโมงการทำงานของแรงงานลงด้วย
ด้านสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในกัมพูชา (GMAC) ชี้ว่าปัญหาทางการเมือง การประท้วงของกลุ่มแรงงาน และการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกรองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูปประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม บังกลาเทศ และเมียนมา เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตเศรษฐกิจกัมพูชา โดยคำสั่งซื้อที่ลดลง 30% นั้น อาจเกิดจากปัญหาการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไม่มีคุณภาพและยังต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับปรุง เพราะไม่ใช่แค่กัมพูชาที่มีความสามารถในการผลิต ขณะเดียวกันเวียดนามก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สำคัญของกัมพูชา







