
กรมบังคับคดีพร้อมยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว เผยรอแค่คำสั่งกระทรวงพาณิชย์
อธิบดีกรมบังคับคดีเผยพร้อมเดินหน้ายึดทรัพย์คดีจำนำข้าว ระบุแค่คำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์
อธิบดีกรมบังคับคดีเผยพร้อมเดินหน้ายึดทรัพย์คดีจำนำข้าว ระบุแค่คำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ที่ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจบังคับคดีตามกฎหมายคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 48/49 -56/57โครงการแทรกแซงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี51/52และโครงการแทรกแซงมันสำปะหลัง 51/52-55/56 เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งหรือคำพิพากษาว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นส่วนราชการในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก เนื่องจากคำสั่งระบุชัดว่าส่วนราชการที่เสียหายจะเป็นผู้ออกคำสั่งทางปกครองก่อน ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ 2539
"ต้องรอดูคำสั่งจากส่วนราชการต้นสังกัดก่อน จากนั้นจึงแจ้งคำสั่งตามขั้นตอน คือ เมื่อออกคำสั่งตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดฯแล้ว ต้องมีการแจ้งไปยังผู้ชดใช้ให้ชำระค่าเสียหาย และหากยังไม่ชดใช้จะแจ้งเตือน โดยกรณีสุดท้ายไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งจริง กรมบังคับคดีจึงจะเข้าไปดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่ง"อธิบดีกรมบังคับคดีกล่าว
อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ตามขั้นตอนปกติการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 57 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความเพ่งโดยอนุโลม หากพบว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐ แล้วไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายก็จะถูกยึดทรัพย์สิน อื่นๆ แต่การบังคับคดีจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของศาลปกครองครอง อีกทั้งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดฯ ผู้ได้รับคำสั่งมีสิทธิทางปกครองที่จะอุทธรณ์คำสั่งในทางปกครองได้เช่น แต่การพิจารณาคดีจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ในส่วนของการบังคับคดีนั้น คาดว่าเร็วๆนี้ทางกรมบังคับคดีคงจะต้องหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามการดำเนินการตามคำสั่งต่อไป
"การใช้คำสั่งมาตรา44เพื่อต้องการให้กรมบังคับคดีเข้าไปช่วยกระทรวงพาณิชย์ ในการยึดทรัพย์คงเพราะมีความชำนาญตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งกว่าจะถึงขั้นตอนของกรมบังคับคดีคาดว่าจะใช้เวลาอีกนาน ดังนั้นคงต้องรอการดำเนินของส่วนราชการและศาลด้วย เพราะการพิจารณาทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง"น.ส.รื่นวดี กล่าว







