
ฟิทช์ชี้แบงก์ไทยยังแกร่ง ฟินเทคกระทบเล็กน้อย
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) แสดงความเป็นห่วงหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างไปแล้ว จะหวนกลับมาเป็นปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รอบใหม่ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ฐานะที่แข็งแกร่งและการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับที่สูง ทำให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยไม่น่ากังวล
พาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงิน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable) แต่มีมุมมองในเชิงเป็นลบ (Negative) เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิซบเซา โดยคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 2.9% ทำให้อัตราการขยายตัวของสินเชื่อหดตัวลง ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ไทยลดลงด้วยเช่นกัน
พาสันติ์ กล่าวว่า แม้ว่าแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารพาณิชย์จะลดลง ซึ่งเป็นการลดลงจากการที่สินเชื่อหดตัว แต่ก็มีความเป็นห่วงหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างไปแล้ว แต่กลับมาเป็นปัญหาหนี้เอ็นพีแอลรอบใหม่ รวมทั้งยังเป็นห่วงปัญหาหนี้เอ็นพีแอลในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมทั้งหนี้ครัวเรือน เพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฟิทช์เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ไทยยังแกร่ง เพราะมีการดำรงเงินกองทุนและกันสำรองสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับสูง
สำหรับเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทคนั้น มีแนวโน้มจะกระทบกับผลประกอบการธนาคารพาณิชย์บ้างเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีธุรกิจฟินเทคเกิดขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่ผู้บริโภคก็ยังคงใช้บริการด้านการเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์
“เครดิตของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประเทศไทยในปีนี้เป็นลบ แต่ประเมินว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากเป็นลบตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงตามไปด้วย แต่หากพิจารณาเครดิตของแต่ละธนาคารแล้ว ยังพบว่ามีเสถียรภาพเช่นเดิม” พาสันติ์ กล่าว
สำหรับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฟิทช์ยังคงอันดับเครดิตที่ระดับ AAA ส่วนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย อันดับอยู่ที่ AA เพราะการประเมินฐานะธนาคารของรัฐจะอิงกับอันดับเครดิตของประเทศ
พาสันติ์ ยังกล่าวถึงธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ว่า สภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานโดยรวมยังอยู่ในภาวะยากลำบาก เนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาหนี้สินภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ปัจจัยดังกล่าวได้เริ่มส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ของภาคธนาคารพาณิชย์ในหลายประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว โดยฟิทช์คาดว่าผล
กระทบดังกล่าวจะยังคงมีต่อเนื่องไปในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ภาคธนาคารพาณิชย์ของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่ยังคงมีผลการดำเนินงานและฐานะเงินทุนในระดับที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับภาคธนาคารพาณิชย์ของประเทศในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ
พาสันติ์ กล่าวว่า สำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกันกับธนาคารพาณิชย์อื่นในอาเซียนในด้านสภาวะแวดล้อมการดำเนินงานและผลการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์นั้น ส่วนใหญ่ยังคงมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ เนื่องจากฟิทช์เชื่อว่าฐานะทางการเงินโดยรวมของธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ที่เป็นผลมาจากการชะลอตัวในระดับปกติของวัฏจักรเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ฟิทช์ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็น AA+(tha) จาก AA(tha) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารทั้ง 3 แห่ง เมื่อเทียบกับเครดิตของประเทศไทย พร้อมกันนี้ ฟิทช์ได้คงเครดิตในประเทศระยะยาวของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ AAA (tha) และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นมีเสถียรภาพ จากเดิมแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ







