
MFCเสิร์ฟ กอง6เดือน จ่าย1.6%
MFC ชูกองตราสารหนี้ 6 เดือน จ่ายสูง 1.6% ต่อปี “กรุงไทย” เสิร์ฟกอง 3 เดือน ผลตอบแทน 1.4% ต่อปี
MFC ชูกองตราสารหนี้ 6 เดือน จ่ายสูง 1.6% ต่อปี “กรุงไทย” เสิร์ฟกอง 3 เดือน ผลตอบแทน 1.4% ต่อปี
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 19 ก.ย. 2559 บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 6 ซีรีส์ 34 เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในอัตรา 1.6% ต่อปี ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ตราสารที่คาดว่ากองทุนจะลงทุน ได้แก่ เงินฝากประจำ Bank of China (BOC) เงินฝากประจำ Union Nation Bank (UNB) ธนาคารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เงินฝากประจำ PT Bank Rakyat Indonesia (Persero) Tbk ตั๋วแลกเงินของบริษัท ทีพีไอ โพลีน และตั๋วแลกเงินของบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอื่นแทน หรือเพิ่มเติม โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า BBB- และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
ด้าน นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 113 (KTFF113) อายุ 3 เดือน เสนอขายตั้งแต่วันนี้-วันที่ 20 ก.ย. 2559 เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากประจำ Bank of China (Macau), PT BANK RAKYAT INDONESIA (PERSERO) Tbk, China Construction Bank, Ahli Bank QSC และตั๋วเงินคลัง ประเทศญี่ปุ่น ผลตอบแทนประมาณ 1.4% ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเปิดจำหน่ายรอบใหม่กองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอินเวสต์ 6 เดือน 6 (KTSIV6M6) อายุ 6 เดือน เสนอขายถึงวันที่ 16 ก.ย. 2559 เน้นลงทุนตราสารหนี้ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารเกียรตินาคิน และตราสารหนี้ภาคเอกชน ได้แก่ บัตรกรุงไทย เอเชียเสริมกิจลิสซิ่ง และแสนสิริ ผลตอบแทนประมาณ 1.35% ต่อปี
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ คือ แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน ผลกระทบของประชามติของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ต่อยุโรป และการเมืองระหว่างประเทศ







