posttoday
เอปสัน เสริมทัพสินค้า ส่งเลเซอร์โปรเจกเตอร์ปั๊มรายได้เพิ่ม

เอปสัน เสริมทัพสินค้า ส่งเลเซอร์โปรเจกเตอร์ปั๊มรายได้เพิ่ม

15 กันยายน 2559

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ในช่วงที่กระแสความนิยมของการพิมพ์ภาพสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มมีความต้องการลดลง รวมทั้งภาพรวมการสั่งซื้อเครื่องโปรเจกเตอร์จากทางสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐลดลงเช่นกัน ทำให้เอปสันต้องเร่งปรับตัวและเจาะกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ให้มากขึ้น

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์และโปรเจกเตอร์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า ตลาดโปรเจกเตอร์ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาถือว่าลดลง จากปัจจัยการสั่งซื้อเครื่องของกลุ่มการศึกษาและหน่วยงานราชการที่ลดลง ทำให้บริษัทคาดการณ์ภาพรวมตลาดของปีนี้น่าจะมียอดขายรวมไม่เกิน 5 หมื่นเครื่อง หรือติดลบไม่เกิน 5% เหมือนปีที่ผ่านมา

“สินค้าในกลุ่มระดับกลางถึงสูงน่าจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้น ซึ่งจำนวนเครื่องอาจไม่ได้เยอะขึ้น แต่เพราะราคาเครื่องสูงกว่าเดิมทำให้มูลค่าตลาดไม่ลด แต่ก็ไม่โตหวือหวา” ยรรยง กล่าว

แม้ว่าทั่วโลกเอปสันจะยังรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดโปรเจกเตอร์ที่ทำยอดขายได้สูงสุด โดยในประเทศไทยยังคงมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 36% (1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559) ซึ่งในไตรมาสแรกของปีนี้ (1 เม.ย. 2559) บริษัทตั้งเป้าที่จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 46% ด้วยการเพิ่มสินค้าใหม่เข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 60 รุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโฮมยูสเซอร์ เอสเอ็มอี องค์กรขนาดใหญ่ โรงแรม และอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์

“แม้ว่าหน่วยงานราชการและการศึกษามีส่วนแบ่งเกิน 50% ในกลุ่มโปรเจกเตอร์ แต่จากผลกระทบในปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องหากลยุทธ์ใหม่เพื่อรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดไว้” ยรรยง กล่าว

การทำแคมเปญสื่อสารการตลาด #TrustInYou ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมานั้น นอกจากจะเป็นการขยายฐานลูกค้าแล้ว ยังสร้างโอกาสเข้าถึงกลุ่มออร์แกไนเซอร์ผ่านพาร์ตเนอร์ที่เป็นครีเอทีฟเอเยนซี หรือบริษัทพัฒนาคอนเทนต์ต่างๆ โดยแคมเปญนี้คาดว่าจะใช้งบไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่ใช้ไป 30 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำแบรนด์ผ่านกิจกรรมสื่อสารการตลาด เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้าในรูปแบบของโฆษณาแฝงด้วยบทความ (Advertorial) การอบรมหรือจัดแสดงสินค้า รวมทั้งกิจกรรมที่จะช่วยนำเสนอโซลูชั่นให้เห็นถึงความสามารถของเครื่องมากขึ้น

เอปสันตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีความสว่างตั้งแต่ 6,000 ลูเมนส์ขึ้นไป ในราคาเริ่มต้น 5.9 แสนบาท ไว้ที่ 20% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 18% คาดว่าในอีก 3 ปีจะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ เพราะกลุ่มโปรเจกเตอร์ระดับไฮเอนด์ยังคงเป็นกลุ่มเดียวที่บริษัทยังไม่เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดอาเซียน ซึ่งจำนวนเครื่องของกลุ่มนี้ไม่สูงมาก อยู่ที่ 800-1,000 ตัว แต่ราคาเครื่องค่อนข้างสูง ทำให้มูลค่าในตลาดนี้เป็นโอกาสของบริษัท

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้หลักปีที่ผ่านมาของเอปสัน ยังคงมาจากกลุ่มเครื่องพิมพ์ 60% โปรเจกเตอร์ 20% เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 10% ที่เหลือเป็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ อีก 10% ทำให้ภาพรวมของสัดส่วนรายได้ปีนี้ เครื่องพิมพ์ยังคงเป็นรายได้หลักเช่นเดิม แต่จำนวนเครื่องในกลุ่มระดับกลางถึงสูงอาจมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งบริษัทจะเข้าไปทำตลาดในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่มากขึ้น เพราะความต้องการพิมพ์ภาพของลูกค้าทั่วไปมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

ทางด้าน ซิ่วจินเกียด ผู้จัดการทั่วไประดับภูมิภาค ฝ่ายอุปกรณ์ภาพ บริษัท เอปสัน ประเทศสิงคโปร์ กล่าวเสริมว่า ภาพรวมธุรกิจกลุ่มสินค้าเลเซอร์โปรเจกเตอร์ระดับโลกของเอปสันนั้น เพิ่งมีการเปิดตัวในประเทศฝั่งยุโรปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีผลตอบรับที่ดีมาก จนเครื่องบางรุ่นไม่สามารถผลิตออกมาได้ทันตามความต้องการของลูกค้า โดยโปรเจกเตอร์ที่ใช้งานได้ยาวนานและไม่ต้องเปลี่ยนหลอดไฟนั้น กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก บริษัทจึงมองว่าเป็นโอกาสที่จะเข้ามาจับตลาดโปรเจกเตอร์ระดับไฮเอนด์นี้

ทั้งนี้ เทรนด์ในการพัฒนาเทคโนโลยีโปรเจกเตอร์นั้น นอกจากการฉายภาพไปบนจอทั่วไป เอปสันจะมุ่งสู่การพัฒนาเลเซอร์เทคโนโลยี คือ สามารถยิงภาพจากหลอดไฟไปยังพื้นผิวใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อการขาย (ดิสเพลย์) พื้นผิวนอกอาคาร (เอาต์ดอร์ดิสเพลย์) หรือป้ายโฆษณาต่างๆ ทำให้การออกแบบความสว่างของหลอดไฟต้องสูงขึ้น

แม้ว่าราคาสำหรับเทคโนโลยีระดับนี้จะแพง แต่เชื่อว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากมีความต้องการและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ราคาเครื่องเหล่านี้จะถูกลง และจะเป็นหนึ่งในหมัดเด็ดในการรุกตลาดในไทยของเอปสัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท