
เฟดเสียงแตกขึ้นดอกเบี้ย พาตลาดทุนโลกป่วน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ตลาดทุนทั่วโลกเคลื่อนไหวผันผวนอย่างต่อเนื่องช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสัญญาณที่หลากหลายจากภาวะเศรษฐกิจและการออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินของบรรดาคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาต่างๆ
ล่าสุด ลาเอล เบรนนาร์ด สมาชิกเอฟโอเอ็มซี ระบุว่า ต้องการเห็นการใช้จ่ายภาคการบริโภคในสหรัฐแข็งแกร่งมากกว่านี้ รวมทั้งต้องการเห็นสัญญาณหนักแน่นพอว่า อัตราเงินเฟ้อจะเติบโตตามที่ต้องการ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้เศรษฐกิจของสหรัฐยังค่อนข้างอ่อนไหวและเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอ รวมทั้งตลาดแรงงานในสหรัฐก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
“ในขณะนี้ ผู้กำหนดนโยบายต้องพิจารณาการยกเลิกการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นเร็วเกินไป” เบรนนาร์ด กล่าว
ความเห็นดังกล่าว ยิ่งเสริมความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ โดยหลายฝ่ายมองว่า ความเห็นดังกล่าวอาจจะเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนการประชุมในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ดี สมาชิกเอฟโอเอ็มซีบางรายได้ออกมาแสดงความกังวลในทิศทางตรงกันข้ามว่า อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำเกินไป จะยิ่งกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ
ผู้กำหนดนโยบายหลายราย มองว่า ตลาดแรงงานสหรัฐกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และกำลังจะฟื้นตัวเต็มที่แล้ว หลังอัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.9% นอกจากนี้ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ยังส่งสัญญาณเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ถึงความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ เอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตันและสมาชิกเอฟโอเอ็มซี กล่าวเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น หากเฟดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำนานเกินไป พร้อมเสริมว่าการปรับใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือสิ่งที่เหมาะสม
แม้โรเซนเกรนไม่ได้ระบุว่า เฟดควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายวันที่ 20-21 ก.ย.หรือไม่ แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวมีความสอดคล้องกับคำพูดของเยลเลน ที่ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ในเอเชียและยุโรป ในการเปิดตลาดวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
ตลาดทุนสดใสคาดเฟดชะลอ
จากความเห็นล่าสุดของเบรนนาร์ด เป็นผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชียปรับตัวขึ้น ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง 0.1% ต่อเงินเยน เช่นเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ลดลง จากความต้องการที่สูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหันกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงหลังมีกระแสเป็นไปได้ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดแนวโน้มที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าลงมาอยู่ที่ 25% จากเดิม 40% โดยระบุว่ายังขาดทิศทางที่ชัดเจนมากพอจากเอฟโอเอ็มซี ในการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ และหันไปเพิ่มน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ในเดือน ธ.ค.แทน อยู่ที่ 40% จากคาดการณ์เดิมที่ 30%
ด้าน ซีเอ็มอี กรุ๊ป เฟดวอตช์ เปิดเผยว่า บรรดาเทรดเดอร์ปรับลดคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ลงอยู่ที่ 15% จาก 24% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนยังคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้
ตลาดหุ้นในฝั่งเอเชีย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ทยอยกลับมาปิดตลาดในแดนบวกกันได้เล็กน้อยในบางตลาด หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดตลาดบวก 0.34% อยู่ที่ 16,729.04 จุด ดัชนีคอมโพสิต เกาหลีใต้ ปิดบวก 0.40% อยู่ที่ 1,999.36 จุด ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.3% ในการปิดตลาดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.
ทั้งนี้ เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 0.25-0.5% หลังจากคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 0-0.25% มานานถึง 7 ปี ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
โคอิชิ โยชิกาวา กรรมการบริการฝ่ายการเงินของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาโตเกียว มองว่าขณะนี้ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ และความเห็นที่สะท้อนว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้นั้นดูเหมือนจะเป็นเพียงเสียงรบกวนตลาด







