posttoday
กอดเงินสด60-70%

กอดเงินสด60-70%

14 กันยายน 2559

หุ้นไทยดีดขึ้น 2.48% มูลค่าเพิ่มขึ้นภายในวันเดียว 3.4 แสนล้าน ส่วนทองมีโอกาสขึ้น 1,350 เหรียญสหรัฐ

หุ้นไทยดีดขึ้น 2.48% มูลค่าเพิ่มขึ้นภายในวันเดียว 3.4 แสนล้าน ส่วนทองมีโอกาสขึ้น 1,350 เหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นไทยเด้งกลับแรงเหมือนตลาดหุ้นต่างประเทศ ดัชนีระหว่างวันขึ้นไปจุดสูงสุด 1,450.43 จุด ก่อนที่จะปิดที่ 1,446.84 จุด เพิ่มขึ้น 34.99 จุด หรือ 2.48% มูลค่าการซื้อขาย 58,278.28 ล้านบาท โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 13.98 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4 แสนล้านบาท จากวันก่อนอยู่ที่ 13.64 ล้านล้านบาท โดยมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน 

ด้านนักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อหุ้นไทยจำนวนมากถึง 4,164  ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ขายมาอย่างหนักหลายวันพลิกกลับมาซื้อสุทธิ 518 ล้านบาท ส่วนพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ทิ้งแรงต่ออีก 2,804 ล้านบาท และรายย่อยได้โอกาสทำกำไรด้วย 1,878 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า หุ้นไทยกลับมาดีดขึ้นแรง (รีบาวด์) เป็นทางเทคนิคเท่านั้น เพราะเม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามาซื้อ เพื่อปรับพอร์ตรองรับการปรับดัชนีฟุตซี่ที่จะมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ก.ย.นี้เท่านั้น อีกทั้งเม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามาก็ถือว่าน้อยกว่าที่ทางบริษัทคาดไว้ว่า 3 หมื่นล้านบาท

“เราเก็บตัวเลขต่างชาติเข้ามาซื้อตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าน้อยว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก และหุ้นเด้งเป็นทางเทคนิคคอลรีบาวด์เท่านั้น หรือเป็นการเด้งเพื่อที่จะลงต่อเท่านั้น เพราะยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานอะไรที่แข็งแรง ขณะที่ปัจจัยการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือถ้อยคำแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสาขาย่อยก็หมดไป ต้องรอถ้อยแถลงของผู้ว่าการเฟดในสัปดาห์หน้า” นายอภิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังคงแนะนำเหมือนเดิมที่ให้ถือเงินสดไว้มากกว่า 70% ของพอร์ต หากดัชนีปรับขึ้นมาเมื่อไรก็ให้ใช้จังหวะนี้ขายทำกำไรออกมา โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,430 จุด และแนวต้านไว้ที่ 1,460-1,465 จุด

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินลงทุนส่วนบุคคล บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยขึ้นมาเป็นการดีดตัวทางเทคนิคเป็นหลัก จากก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ตั้งแต่เรื่องเฟดที่จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนที่ผ่านมาก็ออกมาไม่ดี อีกทั้งที่ผ่านมามูลค่าพื้นฐานที่ควรจะเป็นอยู่ในระดับที่แพง สัดส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) อนาคตอยู่ที่ 16.75 เท่า หรือเทียบเท่าดัชนีที่ 1,558 จุด จนดัชนีลงมาอยู่ที่ พี/อี ย้อนหลัง 10 ปี ระดับ 15-16 เท่า ที่ดัชนี 1,390-1,400 จุด ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ยังคงแนะนำผู้ลงทุนถือเงินสด 60% ของพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ลงทุนระยะสั้นเล่นในกรอบที่ 1,390-1,475 จุด สำหรับผู้ลงทุนระยะยาวแนะนำให้รอหลังมีความชัดเจนเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งถ้าเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยดัชนีก็ยังเคลื่อนไหวในกรอบกว้างต่อไป (ไซต์เวย์) แต่ถ้าเฟดประกาศลดดอกเบี้ยนักลงทุนระยะยาวค่อยเข้าไปเก็บสะสมในช่วงนั้น

นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องติดตามคือสิ้นเดือน ก.ย. ต้องมาดูสถานะของต่างชาติในตลาดฟิวเจอร์สว่าจะมีการเปิดสถานะซื้อ (ลอง) ไว้หรือไม่ เพราะเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ต่างชาติเปิดสถานะขาย (ชอร์ต) ฟิวเจอร์สเอาไว้

ด้านราคาทองคำ นายธนรัตน์พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า มีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปแตะแนวต้านที่ 1,350 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ได้ หลังฟื้นตัวขึ้นมา แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อยู่ เปอร์เซ็นต์ของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่จะประชุมในเดือน ก.ย.นี้ ลดลงมาจากก่อนหน้าที่ 24% เหลือ 15% มีผลให้ราคาทองคำขึ้นมาอยู่ที่ 1,330 เหรียญสหรัฐ หรือขึ้นมา 10 เหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท