posttoday
ข้าวอินทรีย์ปลุกวิถี ชาวนาไทย (1)

ข้าวอินทรีย์ปลุกวิถี ชาวนาไทย (1)

14 กันยายน 2559

ถึงแม้ว่าอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มจะหายไปจากตลาดแรงงานถึง 8% เพราะจะมีการใช้เครื่องจักรแทนที่

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

ถึงแม้ว่าอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มจะหายไปจากตลาดแรงงานถึง 8% เพราะจะมีการใช้เครื่องจักรแทนที่ แต่แนวโน้มการเกษตรยังต้องมีอยู่และเป็นสิ่งต้องการของโลก โดยองค์ความรู้ของเกษตรกรจะเปลี่ยนไปเป็นนักพัฒนาพันธุ์พืชเกษตรอินทรีย์แทนและธุรกิจเกษตรออนไลน์ (Smart Farmer) ที่มีพัฒนาการไปเป็น SME เกษตร แต่ก็ต้องหันมารณรงค์ช่วยกันทำการเกษตรปัจจุบันให้ปลอดสารเคมีจริงๆ จังๆ พร้อมทั้งหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการทำธุรกิจการเกษตรที่ตอบสนองตลาดให้เป็นด้วย

ข้าวอินทรีย์ (Organic Rice) เป็นอีกความหวังหนึ่งของเกษตรกรชาวไทยที่หวังพลิกฟื้นราคาข้าวที่ตกต่ำให้ผงาดขึ้นมาด้วยอาศัยกระแสสุขภาพของมวลมนุษยชาติเป็นหลัก เพราะความหมายของข้าวอินทรีย์คือ ข้าวที่ปลอดภัยจากเคมีทั้งหลาย มีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อนต่างๆ และมีเครื่องหมายการันตีได้ว่ามีคุณภาพที่ดีครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่แปลงที่เพาะปลูก น้ำที่ใช้ในการปลูก พันธุ์ต้นกล้า

ศัพท์คำว่า “ข้าวอินทรีย์” เกิดขึ้นในช่วงปี 2535 โดย กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับบริษัท นครหลวงค้าข้าว และ บริษัท ไชยวิวัฒน์อุตสาหกรรมอาหาร ที่มีโครงการวิจัยข้าวออร์แกนิก ต้องการหาชื่อที่เป็นไทยมาใช้แทนคำว่า Organic Rice “ข้าวอินทรีย์” จึงเป็นผลผลิตที่มาจากการผลิตแบบอินทรีย์ เป็นการผลิตที่หลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ต่างๆ ปุ๋ยเคมี และเคมีปราบศัตรูพืช ในทุกขั้นตอนการผลิตเน้นการใช้สารอินทรีย์จากธรรมชาติ เริ่มจากการเตรียมพื้นที่ หาโซนการผลิตที่มีน้ำฝนอุดมสมบูรณ์ มีการใช้สารเคมี และยาปราบศัตรูพืชน้อยมากมาก่อน การเตรียมดิน สภาพแวดล้อมของพื้นที่ และพื้นที่ข้างเคียงต้องปลอดจากสารเคมีด้วย หากจำเป็นต้องปราบศัตรูพืช ต้องเป็นสารอินทรีย์ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสารรับอนุญาตเท่านั้น

ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่สับสนว่า ข้าวอินทรีย์ อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ข้าวปลอดสารพิษ แต่แท้จริงแล้วมาตรฐานการผลิตประเภท Organic Farming ถ้าผลผลิตที่ใช้สารเคมีในปริมาณน้อยจนไม่สามารถตรวจพบ
หรือน้อยกว่าค่ามาตรฐานก็ตาม จะไม่จัดอยู่ในกลุ่ม Organic Product

มาตรฐานของผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันถูกกำหนดโดย FAO/WHO (Codex) เรียกว่า ค่ามาตรฐาน MRL ซึ่งการส่งออกของไทยเข้าไปยังประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป จะต้องผ่านบริษัทตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อรับรองคุณภาพก่อน แม้ว่าการปลูกข้าวแทบทั้งหมดในประเทศไทยไม่ได้ควบคุมสารเคมี และปุ๋ยอย่างจริงจัง จนกล่าวได้ว่า พื้นนาจำนวนมากมีการสั่งสมของสารเคมี และการสูญสภาพของดินไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่กรมวิชาการเกษตรยังมองว่า หากปรับเปลี่ยนพื้นที่นาปกติมาเป็นนาข้าวอินทรีย์ ก็ยังเป็นไปได้ โดยระบุว่า เกษตรกรไทยในพื้นที่นาน้ำฝน เขตภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือทำนาปีละเพียง 1 ครั้ง ทำให้รักษาสภาพแวดล้อมได้ด้วยตัวเองดีระดับหนึ่ง ถือเป็นพื้นที่สำหรับเปลี่ยนมาสู่กระบวนการผลิตแบบชีวภาพได้ง่าย แต่ทั้งเกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเล็งเห็นความสำคัญ และความยั่งยืนระยะยาวของระบบใหม่นี้

การผลิตข้าวมาตรฐานอินทรีย์ จำแนกได้ในระดับต่างๆ ดังนี้

1.ข้าวปลอดสารพิษ หมายถึงข้าวที่ไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และวัชพืช ซึ่งถือว่าเป็นข้าวฤดูแรกที่มีเริ่มไม่ใช้สารเคมีในขั้นตอนการผลิต โดยเมื่อนำไปตรวจสอบยังพบปริมาณสารเคมีในผลผลิตข้าว เนื่องจากยังคงมีปริมาณสารเคมีสะสมในสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะในดินและน้ำ

2.ข้าวปฐมอินทรีย์ หมายถึงข้าวที่ได้จากแปลงข้าวที่เริ่มผลิตข้าวอินทรีย์ โดยทำการเกษตรอินทรีย์เป็นบางส่วน นับเป็นข้าวในฤดูการผลิตต่อๆ มา ซึ่งปริมาณสารเคมีสะสมในดินและน้ำจะเริ่มลดลง

3.ข้าวอินทรีย์ปรับเปลี่ยน หมายถึงข้าวจากแปลงข้าว เริ่มปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งแปลงเป็นปีแรก และยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการจากกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งแต่งตั้งโดยสำนักงานมาตรฐานอินทรีย์

4.ข้าวมาตรฐานอินทรีย์หรือข้าวอินทรีย์เต็มรูปแบบ หมายถึงข้าวอินทรีย์ที่ได้รับการตรวจสอบรับรองจากคณะกรรมการจากกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งแต่งตั้งโดยสำนักงานมาตรฐานอินทรีย์แล้วว่าผลผลิตไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท