
ลาซาด้าชู4กลยุทธ์อาลีบาบา
ลาซาด้านำกลยุทธ์อาลีบาบามาพัฒนาการทำธุรกิจเพิ่ม หวังกระแส อี-คอมเมิร์ซบูมสานต่อเทศกาลออนไลน์เฟสติวัลตั้งเป้ายอดเพิ่มไม่น้อยกว่า 5 เท่า
ลาซาด้านำกลยุทธ์อาลีบาบามาพัฒนาการทำธุรกิจเพิ่ม หวังกระแส อี-คอมเมิร์ซบูมสานต่อเทศกาลออนไลน์เฟสติวัลตั้งเป้ายอดเพิ่มไม่น้อยกว่า 5 เท่า
นายอเล็กซานดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า ความชัดเจนในการทำงานร่วมกันระหว่างลาซาด้าและอาลีบาบานั้นจะเป็นเรื่องของนำกลยุทธ์ 4 ด้านมาใช้งาน ประกอบด้วย 1.การสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้น (Interactive Customer Experience) 2.นำเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (World Class Tech) 3.เชื่อมโยงเครือข่ายระบบการจัดส่งสินค้าไปทั่วโลก (Advanced Logistics Capabilities) และ 4.การชำระเงินเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น (Integrated Payment Solution)
ทั้งนี้ การเติบโตในตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยนั้น จะช่วยให้ร้านค้าในไทยขายสินค้าไปยังประเทศจีนและอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะอาลีบาบาขึ้นชื่อว่ามีความแข็งแกร่งในเรื่องของระบบชำระเงินและการขนส่งสินค้า ซึ่งขณะนี้ยังเป็นช่วงแรกของการทำงานร่วมกัน จึงยังต้องศึกษาในรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนก่อน ไม่ว่าจะเป็นระบบภาษี ข้อกฎหมายและเงื่อนไขการขนส่งสินค้าต่างๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของการชำระเงินผ่านอาลีเพย์นั้น ทางลาซาด้าสนใจในเรื่องของการใช้เกตเวย์สำหรับการชำระเงินแบบออนไลน์ของอาลีเพย์ที่จะเข้ามาช่วยให้การใช้จ่ายของร้านค้าในไทยเชื่อมโยงกับลูกค้าในจีนให้มีความสะดวกขึ้น เช่น ระบบการผ่อนชำระสินค้า (Installment) และการกักเงินไว้ที่ระบบส่วนกลาง (Escrow) ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าข้ามประเทศเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่ถูกหลอก ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีในการซื้อขายสำหรับอนาคตที่ลาซาด้าให้ความสนใจ
“ผู้ขายจำเป็นต้องมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าในเรื่องของระบบชำระเงินและการดำเนินงานต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อเข้ามาจับจ่ายซ้ำ”
ข้อมูลจากทางนีลเส็น ระบุว่า ภาพรวมตลาดอี-คอมเมิร์ซของคนไทยเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 5 ปีข้างหน้า พบว่าเติบโตเพิ่มขึ้น 3.5 เท่า หรือราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนผู้ใช้งานออนไลน์ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.6 เท่า หรือเกือบ 70 ล้านราย
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมประจำปีอย่างเทศกาลออนไลน์เฟสติวัล 2016 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.นั้น คาดว่าจะช่วยให้เกิดยอดขายที่ดีขึ้น ทางบริษัทยังคงสานต่อในเรื่องของการจัดอบรม ลดความ
ซับซ้อนในการทำงาน รวมทั้งการนำเสนอเครื่องมือสำหรับผู้ค้าอย่าง FBL (Fullfillment by LAZADA) เพื่อช่วยให้ผู้ค้าจัดออร์เดอร์ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อเทียบการจัดกิจกรรมเฟสติวัล 11/11 และ 12/12 ตั้งแต่ปี 2555-2558 พบว่ามีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 6.3 แสนชิ้น มาเป็น 2 ล้านชิ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และมีผู้ขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 6,500 ราย เป็น 1.45 หมื่นราย มียอดการเข้าชมสินค้ากว่า 3 แสนครั้ง ยอดสั่งซื้อกว่า 1.3 แสนรายการ ซึ่งการสานต่อออนไลน์เฟสติวัลนั้น ลาซาด้าเชื่อมั่นว่าจะมียอดเข้าชมและรายการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 3-5 เท่า จากปีที่ผ่านมา







