
การค้า4.0
โดย...DJ [email protected]
โดย...DJ [email protected]
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ต้องยอมรับว่าภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย เห็นได้จากการตัดสินใจเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในโครงการต่างๆ ทั้งในและต่่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มทุนภาคค้าปลีกไทยในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
แต่ทั้งนี้ แม้ว่าภาคเอกชนจะมีความแข็งแกร่ง หรือสายป่านทางธุรกิจยาวเพียงใด ต่างก็ยังต้องการนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจนพร้อมส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะนโยบายทางการค้าจากหน่วยงานรัฐที่เข้ามากำกับดูแลโดยตรง
ขณะที่ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 9 ก.ย. 2559 กระทรวงพาณิชย์ นำโดย อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดการประชุมหารือทูตพาณิชย์ทั่วโลก พร้อมมอบนโยบายให้กับทูตพาณิชย์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงในระยะต่อไป ภายใต้นโยบาย “พาณิชย์ 4.0” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี โดยในระยะเริ่มแรกจะเน้นการปฏิรูปการค้า อาทิ การแก้ไขปัญหาอุปสรรคการส่งออก การส่งเสริมภาคธุรกิจบริการ การใช้ช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ เป็นต้น
สำหรับการประชุมทูตพาณิชย์ในวันดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังได้วางแผนการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนต่างประเทศในระยะต่อไปเพื่อรองรับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” อีกด้วย ภายใต้กลยุทธ์และแผนผลักดันการส่งออกที่สำคัญ อาทิ
1.ผลักดันเป็นรายคลัสเตอร์เชื่อมโยงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องทั้งซัพพลายเชน ใช้โอกาสจากอีเวนต์ระดับโลก ธุรกิจก่อสร้าง สุขภาพและความงาม ธุรกิจ ดิจิทัล คอนเทนต์ ต่างๆ มุ่งตลาดอาเซียน เอเชียตะวันออก ยุโรป ตะวันออกกลางและเอเชียใต้
2.ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ผ่านกลยุทธ์สตราติจิกส์ พาร์ตเนอร์ชิป เพื่อให้เป็น สปริงบอร์ด ในการขยายลู่ทางไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อาทิ เมียนมา (อาเซียน) อินเดีย (เอเชียใต้) สหรัฐ (อเมริกา+ละติน) อังกฤษ (สหภาพยุโรป) รัสเซีย+คาซัคสถาน (ยุโรปตะวันออก) ญี่ปุ่น+จีน (เอเชียตะวันออก)
3.ใช้กลยุทธ์เลส ฟอร์ มอร์ เน้นสินค้ากำไร (Margin) สูง เจาะตลาดกลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นเทรนด์ร่วมที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาค ผ่านช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่เหมาะสม อาทิ เมโทรเซ็กชวล กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสัตว์เลี้ยง กลุ่ม เบบี้บูมเมอร์ (อินเดีย จีน ประเทศเศรษฐกิจใหม่) กลุ่ม Hispanic (สหรัฐ ละติน) สินค้าฮาลาล (ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ) กลุ่ม Superrich (จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง)
4.ใช้ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ทั้งของไทย (Thaitrade.com) และเชื่อมโยงกับระดับโลก (Global) และท้องถิ่น (Local Platform) ที่มีศักยภาพในตลาด อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการยอดการบริโภคผ่าน อี-คอมเมิร์ซ มากที่สุด
5.ผลักดันการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ (Innovation based and Creativity based Start-Ups) เพื่อสร้างฐานประเทศไทยสู่การเป็น ครีเอทีฟ ไทยแลนด์ (สหภาพยุโรป สหรัฐ ฮ่องกง สิงคโปร์)
6.ขยายลู่ทางตลาดใหม่ให้กับสินค้าศักยภาพดั้งเดิม ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร เครื่องจักรกลการเกษตร อาหาร แฟชั่น อัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าอุปโภคบริโภค ในทุกตลาด ภายใต้นโยบาย “พาณิชย์ 4.0”
สำหรับการดำเนินการในเชิงปฏิบัตินั้น กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดร่วมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เน้นการทำงานที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายและเกื้อกูลกัน เพื่อเชื่อมต่อชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด กับระบบการค้าโลก
จากแนวทางการขับเคลื่อนการค้าไทยภายใต้แผนดำเนินการต่างๆ ดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจไทยต้องจับตามองไปพร้อมกับปรับรูปแบบการดำเนินกิจการ ที่เห็นว่าน่าจะมีความเหมาะสมหรือให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของหน่วยงานรัฐ ที่เข้ามาขับเคลื่อนการค้าไทยให้ไปสู่ตลาดโลก
ด้วยนโยบายพาณิชย์ 4.0







