posttoday
ธปท.จับมือแบงก์ สกัดภัยโจรไซเบอร์

ธปท.จับมือแบงก์ สกัดภัยโจรไซเบอร์

13 กันยายน 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

โดย...พรสวรรค์ นันทะ ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

ระบบการรักษาความปลอดภัยธุรกรรมการเงินออนไลน์ของสถาบันการเงินถูกทดสอบบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงิน โดยเฉพาะในจังหวะที่รัฐบาลจะผลักดันระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ที่จะนำร่องด้วยระบบพร้อมเพย์ เริ่มด้วยการโอนเงินส่วนบุคคลในสิ้นเดือน ต.ค.นี้

ล่าสุด มีธนาคาร 3 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย ต้องออกประกาศแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับอีเมลปลอม (ฟิชชิ่ง) ของธนาคาร โดยยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการส่งอีเมลหรือข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) พร้อมลิงค์หรือไฟล์ในการขอข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า หากลูกค้าได้รับโปรดอย่าคลิกลิงค์หรือเปิดไฟล์ใดๆ และลบอีเมลหรือเอสเอ็มเอสฉบับนั้นทันที

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงตั้งทีมงานทำงานเชิงรุกคอยตรวจจับปัญหาบริการทางการเงิน ร่วมกับทีมงานของธนาคารพาณิชย์ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินรูปแบบต่างๆ

รณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ทีมงานของ ธปท.จะคอยระแวดระวังเพิ่มขึ้น และเข้าตรวจจับปัญหาบริการทางการเงิน อาทิ การปลอมเว็บเพจ ฟิชชิ่ง (Phishing) ดีดอส (Distributed Denial of Service หรือ DDoS) ระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารที่อาจจะเกิดปัญหาช้า หรือเกิดปัญหาต่างๆ ฯลฯ โดยอยู่ในส่วนของสายกำกับสถาบันการเงินที่ทำเรื่องมาร์เก็ตคอนดักต์ หรือการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ประกอบกับธนาคารพาณิชย์เองก็มีทีมงานคอยระวังเรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม รณดล กล่าวว่า ปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงในช่วงนี้ ไม่ได้กระทบต่อการใช้บริการการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโมบายแบงก์กิ้ง รวมถึงพร้อมเพย์ เพราะปัญหาเกิดจากความผิดพลาดและการหลอกลวงของคน ไม่ได้เกิดจากระบบ

สำหรับความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน คือ ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หลังจากมีการยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านมือถือแล้ว ต่อไปทั้ง 4 หน่วยงานจะร่วมกันดำเนินตามมาตรการระยะสั้น 4-5 ด้าน เพื่อช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการเหล่านี้มากขึ้นในอนาคต

“ในระยะต่อไป ทั้ง 4 หน่วยงานจะให้ความรู้และความเข้าใจในการใช้บริการทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันมากขึ้น” รณดล กล่าว

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าธนาคารเวลล์ส ฟาร์โก้ (Wells Fargo) ของสหรัฐ ที่พนักงานของธนาคารทำการปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน อาทิ เปิดบัญชีเงินฝาก หรือบัตรเครดิตจำนวนมาก โดยที่ประชาชนหรือลูกค้าไม่รู้เรื่องนั้น คาดว่าเป็นการกระทำผิดในเป็นเรื่องมาร์เก็ตคอนดักต์ ที่พนักงานของแบงก์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะอาจมีเรื่องเคพีไอและมุ่งหารายได้ ทำให้พนักงานทำอะไรที่เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสถาบันการเงินในไทย” รณดล กล่าว

ด้าน ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สิ่งที่สมาคมธนาคารไทยให้ความสำคัญที่สุดในการพัฒนาระบบเนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ และดิจิทัลแบงก์กิ้งของธนาคาร คือ การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ลูกค้าในการใช้บริการธุรกรรมออนไลน์ จะเป็นวิธีที่ป้องกันมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงได้มาก เพราะหลายกรณีที่เกิดความเสียหายมาจากความไม่รู้ของลูกค้า มากกว่าจะเกิดจากระบบของธนาคาร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง