
ถกไตรภาคีไฟฟ้ากระบี่19ก.ย.
นัดถกไตรภาคีโรงไฟฟ้ากระบี่ 19 ก.ย. วงในระบุว่ากรรมการฝั่งเอ็นจีโอลาออกไม่กระทบการทำงาน
นัดถกไตรภาคีโรงไฟฟ้ากระบี่ 19 ก.ย. วงในระบุว่ากรรมการฝั่งเอ็นจีโอลาออกไม่กระทบการทำงาน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ (คณะกรรมการไตรภาคี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ก.ย.จะมีการประชุม
คณะกรรมการไตรภาคีที่มี พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นประธาน โดยคณะกรรมการไตรภาคีจะพิจารณาความคืบหน้าผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการ 3 ชุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีกรรมการในชุดคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมลาออก แต่ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไปคาดจะสรุปผลศึกษาได้ใน 1-2 เดือนนี้
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการศึกษาการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกของจังหวัดจะรายงานสรุปผลการศึกษา 3 ประเด็น คือ 1.สนับสนุนให้มีการรับซื้อพลังงานทดแทนในพื้นที่ จ.กระบี่ทั้งหมด 2.กำหนดให้มีการศึกษาศักยภาพของพลังงานทดแทนโดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 1 ปี เนื่องจากยังมีข้อมูลที่ไม่ตรงกันจากกลุ่มที่เห็นต่าง และ 3.สนับสนุนให้มีโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ขณะที่คณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะรายงานผลการประชุมและบันทึกการประชุม 9 ครั้งที่ผ่านมา เป็นต้น
นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กระบวนการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคียังคงเดินหน้าต่อไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ หากผลสรุปออกมาในช่วง 1-2 เดือนนี้ได้ก็ตาม ก็ทำให้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ต้องเลื่อนไปจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2016) อย่างน้อย 1-2 ปี เช่นกัน ซึ่งหากผลศึกษาออกมาว่าให้เดินหน้าต่อไปได้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา EHIA ของ สผ. ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ดังนั้นกว่าจะใช้เวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จน่าจะเห็นได้ในปี 2564
“กฟผ.ยังมองถึงความจำเป็นที่ต้องมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ใน จ.กระบี่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและจังหวัดเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนที่มีการเสนอให้ใช้พื้นที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คงไม่สามารถทดแทนกันได้ ประกอบกับ กฟผ.ยังไม่มีนโยบายในเรื่องดังกล่าว เพราะได้มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว” นายอนุชาติ ระบุ
รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กฟผ.เปิดซองโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 870 เมกะวัตต์ และก่อสร้างท่าเทียบเรือและระบบขนถ่ายถ่านหิน โดยกลุ่มบริษัท กิจการค้าร่วม พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า และบริษัท อิตาเลียนไทย เสนอราคาค่าก่อสร้างต่ำสุดรวมวงเงิน 4.1 หมื่นล้านบาท







