
ดีแทค ชี้ กทช.ออกร่างต่างด้าว เอื้อทรูชัดเจน
ดีแทคเหวี่ยง กทช. เต็มเหนี่ยว ออกร่างฯ ต่างด้าวครอบงำเอื้อทรู แจงไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย
ดีแทคเหวี่ยง กทช. เต็มเหนี่ยว ออกร่างฯ ต่างด้าวครอบงำเอื้อทรู แจงไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย
นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวระหว่างการประชุมรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ โฟกัส กรุ๊ป ร่างประกาศกทช.ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.... ว่า ร่างฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า กทช. เอื้อทรูโดยชัดเจน ไมใช่เหตุผลของความรักชาติโดยทั่วไป ตามที่กทช. กล่าวอ้าง
ทั้งนี้ เพราะตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 8 ไม่ได้บังคับว่า กทช.จะต้องออกร่างฉบับดังกล่าวขึ้น แต่กทช. กลับออกร่างนี้ และเป็นช่วงเวลาที่ใกล้กับการประมูล 3 จี จึงไม่สามารถคิดเป็นอื่นไปได้ นอกจากว่าต้องการทำไปเพื่อเข้าข้างทรู
“อย่ามองว่านักลงทุนต่างชาติเป็นเหมือนผู้ก่อการร้าย เพราะตอนที่เทเลนอร์ยังไม่เข้ามา ดีแทคมีลูกค้าเพียง 1.4 ล้านราย ส่งรายได้ให้ กสท โทรคมนาคม เพียง 2,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันดีแทคมีลูกค้ากว่า 20 ล้านราย สร้างรายได้ให้ กสทฯกว่า 1 หมื่นล้านบาท แล้ว” นายนฤพนธ์กล่าว
นอกจากนี้ การที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนแล้วเอาเฉพาะผลกำไรกลับไป ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ และไม่ได้ต่างอะไรกับการที่ไทยต้องไปกู้เงินต่างประเทศมาลงทุน แล้วต้องเสียดอกเบี้ยแพง ดังนั้น กทช. ควรจะพิจารณาให้ดีว่าร่างดังกล่าวมาจากการที่ธุรกิจโทรคมนาคมมีต่างชาติเข้ามาครอบงำแล้วก่อให้เกิดความเสียหายจริง หรือเป็นเพียงการยึดเอาดุลยพินิจของกทช. แต่ฝ่ายเดียว
เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า นอร์เวย์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ เข้ามาลงทุนในไทยเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะเข้ามาทำลายประเทศไทยแม้แต่น้อย
นายโรเบิร์ต ซี.ฟอกซ์ ประธานกลุ่มไอซีที สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หรือ เจเอฟซีซีที (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand) กล่าวว่า ร่างฉบับนี้ไม่ได้ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ตรงกันข้ามกลับทำให้นักลงทุนต่างชาติตกใจมากขึ้น ทั้งๆ ที่การเข้ามาของต่างชาตินั้นเป็นการนำทักษะและความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากกว่าเรื่องบทบาทด้านนโยบาย
ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากร่างฉบับดังกล่าว เพราะร่างดังกล่าวไม่ได้ทำให้ทรูแข่งขันง่ายขึ้น และ ทรู ยังต้องแข่งขันกับ ดีแทค และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ทีมีส่วนแบ่งมากกว่าทรูเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ร่างดังกล่าวเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 49% ซึ่งมากกว่าหลักการถือหุ้นทั่วไปที่กำหนดไว้เพียง 25% ดังนั้น หากทรูต้องขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในอนาคต โดยเปิดให้เข้ามาถือหุ้นได้มากกว่า 25% ทรูก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะต่างชาติก็จะมีสิทธิ์ในการออกเสียงได้มากขึ้น
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร ชิน คอร์ปอเรชั่น และรองประธานกรรมการ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นได้49% อยู่แล้ว ซึ่งย่อมมีสิทธิ์และมีเสียงตามสัดส่วนที่ถือหุ้นอยู่ กทช. จึงควรระบุให้ชัดเจนว่า หากถือหุ้นภายในสัดส่วนที่กำหนด ผู้ถือหุ้นต่างชาติก็ควรมีสิทธิ์ออกเสียงหรือบริหารได้
อย่างไรก็ตาม เอไอเอสต้องการให้ กทช. เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะในวงกว้างกว่านี้ เพราะร่างฉบับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ จึงไม่ควรรับฟังความเห็นเพียงแค่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
ขณะที่นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า ร่างดังกล่าวดำเนินการมานานแล้ว ไม่ใช่มารีบเร่งในช่วงนี้ และไม่ได้เอื้อให้กับเอกชนรายใด แต่ต้องการให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยไม่ได้ถูกครอบงำโดยต่างชาติผ่านนอมินี ซึ่งหากใครลงทุนโดยชอบตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 49% จริง กทช.ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ







