
ไม่แชร์ข้อมูล ปัญหาจึงไม่ได้แก้
บทความวันนี้เริ่มต้นขึ้นมาเนื่องจากคำคำหนึ่งที่มีการกล่าวถึงว่า เหตุแห่งการมีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาต่างๆ
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
บทความวันนี้เริ่มต้นขึ้นมาเนื่องจากคำคำหนึ่งที่มีการกล่าวถึงว่า เหตุแห่งการมีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ในประเทศของเราไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การค้า อุตสาหกรรม หรือแม้แต่การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐมันถึงไปแบบติดๆ ขัดๆ ช้าโดยไม่จำเป็น หรือเร็วแต่ไปผิดจุด ผิดที่ ผิดเป้าหมาย ระบบในการจัดการในการบริหารของแต่ละองค์กร แต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง “ไม่ใช่ไม่มีข้อมูลในการแก้ไขปัญหา ...แต่ไม่ยอมแชร์ให้กันต่างหากมันจึงมีแต่ปัญหา” ตัวอย่างที่ผมขอยกมาในประเทศหนึ่งที่สมมติขึ้นมาว่าชื่อประเทศสารขัณฑ์นะครับ เป็นเรื่องสมมตินะครับ ท่านผู้อ่านอย่าคิดมาก คิดลึกเกินไป คิดง่ายๆ ก็พอครับ เรื่องมีอยู่ว่า
1.รัฐบาลประเทศสารขัณฑ์ ประสบปัญหาวิกฤตการณ์ในอดีตจากการที่ถูกโจมตีค่าเงิน จนลุกลามไปยังภาคเศรษฐกิจการเงินการค้า การลงทุน ธุรกิจและอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ประเทศสารขัณฑ์ ต้องตกไปเป็นลูกหนี้ขององค์กรโลกบาล ที่เขาได้ระดมเงินมาช่วยเหลือและสร้างความเชื่อให้กับเจ้าหนี้ต่างประเทศ
2.รัฐบาลประเทศสารขัณฑ์ ได้เล็งเห็นว่าการที่กิจการและธุรกิจประสบปัญหาอย่างหนักหน่วง คงจะต้องมีการเอาคนออกจากงาน ลดคน จ้างให้ลาออกแน่นอน แล้วลูกหลานของลูกจ้างของกิจการทั้งหลายที่กำลังเรียนหนังสือจะยังสามารถเรียนต่อไปได้หรือไม่ พ่อแม่ผู้ปกครองจะมีเงินส่งเสียต่อไปได้หรือไม่ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงได้ตั้งกองทุนให้เงินยืมไปเรียนหนังสือ โดยกำหนดว่ากองทุนนั้นต้องมีลักษณะหมุนเวียน (เอาเงินจากคนที่ยืมไปคืนกลับมาหมุนต่อให้กับคนที่จะเข้ามาขอยืมใหม่) เป็นเช่นนี้เรื่อยไป เงินตั้งกองทุนก็มาจากการเก็บภาษีอากรจากผู้คนในประเทศสารขัณฑ์นั้นนั่นเอง
3.ต่อมาก็เกิดอาเพศ คนที่ยืมไปโดนมารการเมืองเป่าหูว่าไม่ต้องคืน หรือเกิดจากจิตใจตนเองว่า ไม่มีใครรู้ใครตามจึงไม่ต้องคืน ภาระหนี้ค้างก็เพิ่มพูนจนเป็นปัญหา มีต้นทุนในการติดตามมากมาย
4.แทนที่จะแก้ปัญหาแบบสะดวกคือ เอาเลขบัตรประจำตัวของลูกหนี้ไปเทียบกับหน่วยประกันสังคม (เพราะถ้าลูกหนี้เป็นลูกจ้าง มีรายได้ก็จะปรากฏในทะเบียน) หรือเอาไปเทียบกับหน่วยการปกครองที่เป็นคนออกเลขบัตรประจำตัวของลูกหนี้ หรือเอาไปเทียบกับองค์การที่ดูแลเรื่องโทรศัพท์ หรือเอาไปเทียบกับองค์การที่เก็บข้อมูลด้านเงินฝาก ด้านสินเชื่อของลูกหนี้ ก็น่าจะพบความจริงได้บ้างล่ะว่า ลูกหนี้คนที่ไม่จ่ายอยู่ที่ไหน มันเป็นการป้องกันด้วยว่าคนที่สุจริต ถูกแอบเอาข้อมูลไปจะได้เปิดเผยออกมาอย่างทันการณ์ อะไรที่ถูกไฟส่องมันย่อมชัดเจนออกมาว่า ที่ถูกต้องแท้จริงนั้นคืออะไร
5.ไม่น่าเชื่อว่า การติดตามเพื่อเอาเงินแผ่นดิน เงินจากภาษีของคนในประเทศสารขัณฑ์ ด้วยวิธีการนี้มีอุปสรรค เพราะเกือบทุกหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น (ชื่อสมมติ) ต่างออกมาบอกว่าแชร์ข้อมูลไม่ได้ ผิดกฎหมาย ถือเป็นการละเมิดสิทธิของลูกหนี้ที่ไม่ยอมจ่ายหนี้นั้น ที่หนักกว่านั้นคือ องค์กรที่เป็นเจ้านาย (กำกับดูแลองค์การที่เก็บข้อมูลด้านเงินฝาก ด้านสินเชื่อของลูกหนี้) โดยเจ้าหน้าที่ระดับเพียงหัวหน้างานก็ไม่สนับสนุนให้ดำเนินการดังกล่าวด้วยเหตุผลประมาณเดียวกัน และกล่าวว่าจะต้องพิทักษ์ความถูกต้องตามความเข้าใจในเนื้อหาของกฎหมายที่มอบอำนาจให้ (ตามตัวหนังสือที่ตนเองเข้าใจ) ...ปัญหาเรื่องนี้ในประเทศสารขัณฑ์จึงแก้ไม่ค่อยจะได้
การสร้าง Ecosystem ที่เอื้อให้คนที่เอาเงินของแผ่นดินไปแล้วไม่คืน รุ่นน้องต่อมาก็ไม่มีเงินไปเรียนต่อ บ่มเพาะวินัยในการทำผิด การทำความจริงให้ปรากฏต้องมีต้นทุนสูง ใช้เวลานานเกินไป “ไม่ใช่ไม่มีข้อมูลในการแก้ไขปัญหา...แต่ไม่ยอมให้แชร์กันต่างหากมันจึงมีแต่ปัญหาให้แก้” ขอเรียนย้ำว่าทุกอย่างที่เล่ามาข้างต้นเป็นเรื่องสมมติขึ้นทั้งสิ้นครับ “มีไฟฉายแต่ไม่ยอมเปิดเพื่อช่วยกันส่อง แล้วการเปิดไฟไล่โกง” ที่คิดกัน มีงานแสดงพลังกันมันจะมีผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ...ทุกอย่างล้วนป็นสิ่งสมมติ







