
ก.ย.เดือนชี้ชะตา ตลาดทุนโลก
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
เดือน ก.ย.จะเป็นเดือนแห่งการชี้ชะตาทิศทางของตลาดทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากการประชุมของธนาคารกลางสำคัญๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น และยังมีการดีเบตครั้งแรกของศึกชิงประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงการประชุมของกลุ่มโอเปกเพื่อที่จะพิจารณาถึงมาตรการในการพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนแล้วแต่จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในทุกสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว
ไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในช่วงวันที่ 20-21 ก.ย. หลังจากข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นมาต่อเนื่อง แต่มาสะดุดในช่วงหลังจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และกิจกรรมภาคการผลิตที่ชะลอตัวลง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าเฟดคงจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ประเด็นสำคัญคือจะต้องเฝ้าติดตามดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณอย่างไรถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต
ในขณะที่โอเปกจะมีการจัดประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาทบทวนโควตาการผลิตน้ำมันของแต่ละประเทศในวันที่ 26-28 ก.ย. โดยถึงแม้การประชุมหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาจะไม่มีผลลัพธ์อะไรที่เป็นสาระสำคัญ แต่ในการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังจากอิหร่านมีท่าทีเห็นด้วยที่จะร่วมพิจารณาทบทวนโควตาดังกล่าว รวมถึงซาอุดิอาระเบียกับรัสเซียที่ได้แถลงการณ์ร่วมกันในการประชุม จี20 ระบุถึงความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน
ข้ามฟากมาที่การเมืองของสหรัฐ ที่บรรยากาศการเลือกตั้งกำลังเข้มข้นขึ้นในเดือน ก.ย.นี้ เพราะจะมีการโต้วาทีกันระหว่างฮิลลารี คลินตัน กับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งแรกในวันที่ 26 ก.ย. ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงต่างๆ และผลโพลหลังจากการดีเบตจะแสดงให้เห็นว่าใครจะมีโอกาสได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งช่วงปลายปีนี้
เหตุการณ์สำคัญในเดือน ก.ย.ดังที่กล่าว สามารถสร้างความผันผวนให้กับตลาดการลงทุนได้ นักลงทุนจึงควรเลือกลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ มากกว่าการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุนได้







