posttoday
หุ้นผันผวนขาลง

หุ้นผันผวนขาลง

12 กันยายน 2559

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

ตลาดหุ้นยังผันผวนสูง หลังหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นแถว 1,460 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ

ตลาดหุ้นโลกผิดหวังที่อีซีบีคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยไม่เพิ่มวงเงินและไม่ยืดช่วงเวลาในการทำการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (คิวอี) รวมถึงไม่ลดอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่กรรมการเฟดสลับหน้ากันส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดก่อนสิ้นปีนี้ ทำให้เกิดแรงขายลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นทั่วโลกที่เทรดอยู่ที่ค่าพี/อีสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

กรณีตลาดหุ้นสหรัฐเทรดอยู่ที่ 17.5 เท่าของประมาณการกำไรปีนี้ ซึ่งเป็นกรอบบนของค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) โอกาสทำกำไรเหลือจำกัด

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกดูเสี่ยงมากขึ้นที่จะปรับฐานลง ดัชนีดาวโจนส์เพิ่งหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน เป็นครั้งแรกในรอบ 12 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน อย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียต่างไหลหลุดแนวรับ สู่จุดต่ำสุดในรอบ 12 และ 6 สัปดาห์ ตามลำดับ

แม้ตลาดหุ้นจะร่วงเกือบตลอดสัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวกในปีนี้ นำโดยอินโดนีเซีย+15% ไทย+12% ฟิลิปปินส์+9% ที่โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นหลักมากในรอบปีนี้

ก่อนหน้านั้น ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบปีนี้ โดยบวกแรงถึง 20% เมื่อความเสี่ยงพุ่งขึ้น จึงเกิดแรงขายทำกำไรหรือลดเสี่ยง

ความผันผวนขาลงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังทำให้นักลงทุนลังเลที่จะกลับเข้าช้อนหุ้น แม้ดัชนีจะทรุดลงเกิน 100 จุดแล้ว ภายในเวลาเพียงกว่า 1 สัปดาห์

มีโอกาสเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิคระหว่างทาง แต่ยังซิกแซ็กลงหาฐานใหม่อยู่ดี

ในแง่มูลค่าหุ้นไทย ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ 16.2 เท่าของประมาณกำไรปี 2559 และ 14.6 เท่าของประมาณกำไรปี 2560 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต 10.9%

ขณะที่ค่าพี/อี เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ 14.7 เท่า และค่าพี/อี ต่ำสุดอยู่แถว 12.5 เท่า

หุ้นไทยถอยลงมาใกล้ค่าพี/อี เฉลี่ยของประมาณกำไรปีหน้า แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ความเสี่ยงสูง ควรชะลอการลงทุน หรือรอให้ราคาหุ้นมีส่วนลดมากกว่าเกณฑ์ปกติ

เมื่อตลาดหุ้นเริ่มสร้างฐานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ หรือราคาหุ้นทรุดแรงผิดปกติมาก ค่อยๆ ทยอยเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีโมเดลการทำธุรกิจทีดี หรือกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจ และ/หรือได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังนั้นจึงแนะนำซื้อ หุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) โรงพยาบาลจุฬารัตน์ กรุ๊ป (CHG) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์พื้นฐานของธนชาต)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท