
ทองคำปรับตัวลง กังวลการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยดัชนีเหรียญสหรัฐรับตัวสูงขึ้นที่ระดับ 95.3 หลังจากที่ปรับตัวลดลงมาจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาต่างๆ ที่ออกมาให้ความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง แต่ก็ยังคาดหวังว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลภาคแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอด ขณะที่ Non-Farm Payrolls ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ด้านอัตราการจ้างงานก็ปรับตัวดีขึ้นและจำนวนคนว่างงานลดน้อยลง
ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยดัชนีเหรียญสหรัฐรับตัวสูงขึ้นที่ระดับ 95.3 หลังจากที่ปรับตัวลดลงมาจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาต่างๆ ที่ออกมาให้ความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง แต่ก็ยังคาดหวังว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลภาคแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอด ขณะที่ Non-Farm Payrolls ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ด้านอัตราการจ้างงานก็ปรับตัวดีขึ้นและจำนวนคนว่างงานลดน้อยลง
อย่างไรก็ดี ยังคงมีความไม่ชัดเจนอยู่อย่างมากในหลายๆ แง่มุมจากข่าวตัวเลขภาคการผลิตที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อันได้แก่ ISM Manufacturing Index ขณะที่เงินเฟ้อถึงแม้จะปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.3% แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2%
นอกจากนี้ ภาพโดยรวมของเศรษฐกิจโลกยังไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูโรโซน ญี่ปุ่น รวมไปถึงเศรษฐกิจจีน ที่มีองค์รวมปรับตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา สำหรับค่าเงินบาทนั้นค่อนข้างทรงตัวในทิศทางแข็งค่าหลังจากที่ปรับตัวหลุดระดับ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่จะเห็นได้ว่าการแข็งค่าดังกล่าวมาจากภาวะที่ Fund Flow ไหลเข้ามาจากตลาดหุ้นและพันธบัตร
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศยังอยู่ในสภาวะย่ำแย่ด้านตัวเลขการส่งออกปรับแย่ลงจากปีที่แล้ว แต่การที่ปีนี้เป็นปีที่มีการส่งออกทองคำมากที่สุดในรอบ 3 ปี จึงทำให้ภาพรวมของการส่งออกที่เดิมอยู่ที่ระดับ -5% กว่าๆ เมื่อนำมารวมการส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปจะทำให้การติดลบดังกล่าวน้อยลงอยู่แถวระดับ -2% เศษๆ เท่านั้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคแนวโน้มของราคาทองคำยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยในคืนวันศุกร์หลุดแนวรับสำคัญแรกที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ ลงมา จึงคาดว่ามีโอกาสอย่างมากที่ราคาจะปรับตัวลงไปทดสอบ 1,320 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดีจะเริ่มเห็นการเกิดสภาวะ Divergence ใน RSI และ MACD บ้าง แต่ต้องรอความชัดเจนของ Indicators ในวันจันทร์เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้ภาพรวมของราคาทองคำน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,320 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นแนวรับถัดไป ขณะที่แนวต้านด้านบนจะอยู่ที่ระดับ 1,340 เหรียญสหรัฐ โดยภาพรวมตลาดระยะสั้นเริ่มกลับสู่ขาลงอีกครั้งหนึ่ง
กลยุทธ์การลงทุน
ยังแนะนำกลยุทธ์ในการรอคอยความชัดเจนของทิศทางราคา และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไป สำหรับนักลงทุนระยะยาวควรรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณ 1,310 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ทองคำเพื่อการลงทุนในการส่งออกทองคำ ส่วนใหญ่จะมาจากการลงทุนซื้อขายทองคำแท่งเป็นหลัก อันเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่แย่ลง จึงส่งผลกระทบต่อการซื้อขายทองรูปพรรณและจิวเวลรี่ ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่การซื้อขายทองคำแท่งจะเป็นลักษณะการซื้อเพื่อลงทุน ดังนั้นบรรดาร้านค้าทองต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้อง
ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการทำงานให้เข้าสู่ภาวะทองคำเพื่อการลงทุนให้มากขึ้น
ในเชิงการลงทุนจะมีความผันผวนของราคาที่ปรับตัวขึ้นและลงรวดเร็วตามกระแสข่าว นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะ ประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
เป็นสำคัญ
สรุป กระแสการลงทุนในทองคำเริ่มเปลี่ยนมาสู่การลงทุนในทองคำแท่งมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ร้านค้าทองและนักลงทุนจึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด ทั้งนี้ทาง MTS Gold Futures
ผู้นำด้านการลงทุนในทองคำขอเสนอ สินค้าใหม่ “GOLD-D” ที่จะเข้าสู่ตลาด TFEX ในเดือนหน้าซึ่งน่าจะสามารถลงทุนได้ง่ายและดีขึ้น หรือท่านใดที่สนใจลงทุนในทองคำ สามารถสอบถามได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777







