
โบรกเกอร์แนะลดพอร์ต
มีสัญญาณพลิกขาลง3-6เดือน ปตท.สผ.คว้ายั่งยืน3ปีซ้อน
มีสัญญาณพลิกขาลง3-6เดือน ปตท.สผ.คว้ายั่งยืน3ปีซ้อน
โพสต์ทูเดย์ - ผลสำรวจ 5 โบรกเกอร์ทิสโก้-บัวหลวงมองพลิกเป็นขาลง ส่วนกสิกรไทยคาดขาขึ้นถึงปีหน้า
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังคงทรุดหนักต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ 2 ก.ย. โดยปรับตัวลงเกือบ 5% สวนทางภูมิภาค แต่นักลงทุนยังไม่กล้าเข้าซื้อหุ้น และจากผลสำรวจ 5 โบรกเกอร์ขนาดใหญ่ พบ เริ่มมีคำแนะนำให้ลดพอร์ตการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ได้ปรับมุมมองเป็นดัชนีปีนี้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วที่บริเวณ 1,550 จุดโอกาสที่จะขึ้นไปเป้าหมายที่ 1,600 ในเดือน ก.ย. ตามที่หวังไว้จบลงแล้ว โดยมองดัชนีเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นขาลงในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าจากปัจจัยภายในประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุนระมัดระวังช่วงนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 8 ก.ย. เกิดสัญญาณเชิงลบทางปัจจัยเทคนิค หลังดัชนีไหลลงต่อจนหลุด 1,477 ทำจุดต่ำใหม่ในรอบ 2 เดือน ทำให้เกิดแรงเทขายลักษณะตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงซ้ำเติมตลาด
ทั้งนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 3,200 ล้านบาท ในเดือน ก.ย. แต่ถือว่ายังน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่คาดว่าจะไหลเข้าราว 3.3 หมื่นล้านบาท จากการปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยตามดัชนี FTSE AW แสดงให้เห็นว่า มีบางส่วนเริ่มขายออก ดังนั้นหลังวันที่ 16 ก.ย. จะเห็นภาพแนวโน้มการไหลเข้า-ออกของเม็ดเงินต่างชาติชัดเจนขึ้น และต่างชาติทยอยสะสม Short S50 Futures ต่อเนื่องในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รวมประมาณ 4 หมื่นสัญญา สวนทางกับที่ต่างชาติซื้อสุทธิรวม 9.4 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นสัญญาณเตือนหนึ่งที่ต้องระวังทิศทางเงินทุนต่างประเทศในอนาคต
นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.บัวหลวง แนะนำให้ถือเงินสด หยุดรอสัญญาณไฟเขียวในการเข้าซื้อรอบใหม่อีกครั้ง และแนะนำใช้เครื่องมืออนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงขาลง รายเดือน ก.ย. คาดแรงซื้อต่างชาติ จะเริ่มชะลอลง จากการรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)วันที่ 21 ก.ย.นี้ บวกกับการขายเมื่อความจริงปรากฏหลังงบการเงินออก และขึ้น XD รับปันผล คาดว่าจะทำให้ดัชนีพักตัว ประเมินแนวรับใหม่ 1,430/1,380 จุด (จากเดิม 1,480/1,460 จุด) แนวต้าน 1,480 จุด (จากเดิม 1,520 จุด)
นอกจากนั้น ยังแนะนำรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และสะสมหุ้นที่กำไรผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และกำไรจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ เริ่มจากทยอยรับบริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) กองทุนโครงสร้างพื้นฐานก่อนส่วนปัจจัยหนุนหลังจากกลางเดือนเป็นต้นไป คาดว่าจะมาจากแรงซื้อนักลงทุนต่างชาติจาก FTSE Rebalance ที่จะมีผลวันที่ 19 ก.ย.เป็นต้นไป
นายกำพล อดิเรกสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต เชื่อว่ามูลค่าหุ้นได้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไปบ้างแล้ว มีปัจจัยผลักดันอีกไม่มากในช่วงที่เหลือของปี ปลายเดือน ส.ค. ดัชนีปรับตัวขึ้นแตะระดับเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1,550 จุด ไปแล้ว และดัชนีน่าจะปรับตัวขึ้นไปอีกอย่างจำกัด
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย มองหุ้นยังอยู่ในขาขึ้นอยู่จนถึงปีหน้า แม้ว่าจะเป็นการขึ้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ตาม การปรับฐานแรงๆ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเลือกหุ้นพื้นฐานดีสะสมเข้าพอร์ต แต่นักลงทุนต้องติดตามทิศทางดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เพราะสามารถระบุได้ว่าตลาดจะจบรอบขาขึ้นจริงแล้วหรือไม่
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่าตลาดแค่ปรับฐานหลังจากขึ้นมามากแล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อ และเชื่อว่าไม่น่าจะลดลงไปกว่านี้อีก เพราะพื้นฐานยังรองรับ
ล่าสุดบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ระดับโลกในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ประเภทธุรกิจขั้นต้นและธุรกิจครบวงจรในปี 2559 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และได้รับคะแนนประเมินสูงสุด เป็นปีแรกของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในธุรกิจประเภทเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTEP กล่าวว่า การได้รับเลือกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรและพนักงานทุกคน ที่ได้ดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์เพื่อการเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำในเอเชียที่ขับเคลื่อนด้วยผลงานที่สามารถแข่งขันได้ เทคโนโลยีและหัวใจสีเขียว เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ และการสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคมอย่างยั่งยืน







