posttoday
ธปท.ทดสอบแบงก์ไทย ยังแกร่งแม้เจอวิกฤตรุนแรง

ธปท.ทดสอบแบงก์ไทย ยังแกร่งแม้เจอวิกฤตรุนแรง

09 กันยายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าไม่เอื้อให้ธนาคารพาณิชย์ขยายสินเชื่อ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดหนี้สูญ ทำให้ธนาคารส่วนใหญ่ระวังการปล่อยกู้มาตั้งแต่ปลายปี 2556 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งบริษัทขนาดใหญ่มีทางเลือกอื่นในการระดมทุนได้เอง จึงไม่แปลกที่ในปี 2558 ที่ผ่านมา สินเชื่อโดยรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวเพียง 4.3% ชะลอลงจากปี 2557 ที่ขยายตัว 5% และแนวโน้มปีนี้สินเชื่อก็ยังโตต่ำ ขณะที่หนี้เสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจชะลอ

อย่างไรก็ตาม รายงานการกำกับดูแลสถาบันการเงินปี 2558 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีการเปิดเผยออกมาในช่วงนี้ กลับพบว่าฐานะของระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวมยังดี สามารถรองรับผลกระทบต่างๆ รวมถึงหนี้เสียได้ค่อนข้างดี โดย ธปท.มีการวิเคราะห์พิเศษ โดยติดตามฐานะการดำเนินงานและเสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์ โดยดูผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ในมุมมองต่างๆ

เริ่มจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในอุตสาหกรรมน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลกำไรของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ลดลงมาก แต่เมื่อประเมินผลกระทบต่อเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ไทยกรณีร้ายแรงที่สุด โดยสมมติให้ลูกหนี้ในธุรกิจน้ำมันมีปัญหาในการชำระหนี้ พบว่าส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ไม่รุนแรงมากนัก โดยเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันแก่ธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันไม่มากนัก ประมาณ 1.4% ของสินทรัพย์รวมของระบบธนาคารพาณิชย์ บวกกับเงินให้สินเชื่อแก่ธุรกิจน้ำมันเกือบทั้งหมด ยังมีคุณภาพดีหรือเป็นหนี้จัดชั้นปกติ

ธปท.ยังประเมินผลกระทบจากวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ ส่งผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกยางและอุตสาหกรรมผลิตยางพาราขั้นต้น จากข้อมูลสิ้นปี 2557 ธนาคารให้สินเชื่อกลุ่มนี้ประมาณ 0.7% ของสินเชื่อทั้งระบบ และมีแนวโน้มลดลง โดยคุณภาพหนี้ยังไม่น่าห่วง เพราะลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดชั้นปกติ และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระดับต่ำ แต่มีกลุ่มที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ กลุ่มลูกหนี้ที่ทำธุรกิจผลิตยางพาราขั้นต้น โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ก่อหนี้สูง และสภาพคล่องต่ำ จากรายได้ที่ลดลง โดยการประเมินผลกระทบต่อเงินกองทุนของธนาคารกรณีร้ายแรงที่สุด หากสมมติให้สินเชื่อแก่ธุรกิจยางพาราเป็นหนี้เสียทั้งจำนวน และหักออกจากเงินกองทุนของแต่ละธนาคารพาณิชย์ พบว่าค่าบีไอเอสของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะลดลงเล็กน้อย และยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับการประเมินกรณีภาวะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว พบว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง โดยสินเชื่อธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ (Pre-finance) ขยายตัวลดลงเหลือ 4% ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทขนาดใหญ่ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้แทนการขอสินเชื่อ ส่วนสินเชื่อรายย่อยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย (Post-finance) ขยายตัวต่อเนื่องที่ 12% ในด้านคุณภาพหนี้ยังทรงตัว เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้น มีการติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาคุณภาพหนี้ และผู้ประกอบการระมัดระวังในการลงทุนโครงการใหม่ๆ มากขึ้น

ส่วนผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ จากภาวะตลาดรถยนต์ชะลอตัว และมีการแข่งขันกับบริษัทลีสซิ่งของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ (Captive Finance) พบว่าส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของระบบธนาคารพาณิชย์หดตัวลง 8.2% หรือคิดเป็น 10% ของสินเชื่อทั้งระบบ (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2558) อย่างไรก็ดีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีการเพิ่มขึ้นของการเจรจาขอผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อยู่ ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรถใหม่มีคุณภาพหนี้เสื่อมลงด้วย แต่ธนาคารมีการติดตามสถานะลูกหนี้ใกล้ชิด มีการรายงานเป็นรายเดือน รวมทั้งมีกระบวนการแก้ไขหนี้ค่อนข้างเร็ว จึงไม่น่าห่วง

นอกจากนี้ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมการรองรับสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อฐานะการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ธปท.ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์ไทยทำการทดสอบในภาวะวิกฤต (Stress Test) ตามสถานการณ์จำลองที่ ธปท.กำหนดให้ปี 2558 เศรษฐกิจไทยชะลอตัว และแบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ คือ Baseline, Moderate และ Severe โดยระดับ Severe เป็นระดับที่แรงที่สุด คือ เศรษฐกิจหดตัว 4% ในปี 2558 และหดตัว 2% ในปี 2559 เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ครอบคลุมความเสี่ยงด้านเครดิต ฯลฯ เป็นต้น

ผลการทดสอบปรากฏว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงมีเงินกองทุนทั้งส่วนของผู้ถือหุ้น (Tier 1 Ratio) และบีไอเอสที่เพียงพอรองรับผลกระทบจากภาวะวิกฤตขั้นรุนแรงได้ และมีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกสุทธิใน 30 วันได้ ภายใต้สถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่รุนแรง (LCR)

สำหรับการกำกับดูแลสถาบันการเงินในปี 2559 และระยะต่อไป ธปท.จะยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคง และมีเสถียรภาพของสถาบันการเงิน ขณะที่แนวทางการกำกับตรวจสอบในปี 2559 ธปท.จะยังเน้นการติดตามคุณภาพสินทรัพย์ และการจัดทำแบบทดสอบในภาวะวิกฤตเพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไป เพื่อรองรับสถานการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท