posttoday
Fund Flow จะหยุดไหล หรือไปต่อ?

Fund Flow จะหยุดไหล หรือไปต่อ?

09 กันยายน 2559

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นบ้านเราเริ่มมีการปรับฐานและความผันผวนสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา จนเกิดคำถามที่ว่าตลาดหุ้นไทยจะจบรอบขาขึ้นแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่การปรับฐานในระยะสั้นๆ มาฟังมุมมองของ 2 หนุ่มกูรู The War Room กัน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นบ้านเราเริ่มมีการปรับฐานและความผันผวนสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา จนเกิดคำถามที่ว่าตลาดหุ้นไทยจะจบรอบขาขึ้นแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่การปรับฐานในระยะสั้นๆ มาฟังมุมมองของ 2 หนุ่มกูรู The War Room กัน

เจษฎา : เราเห็นอาการของตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า Fund Flow ไหลเข้า แต่เอาหุ้นไทยเราขึ้นไปไม่ได้สักที แต่พอเข้าเดือน ก.ย.เท่านั้นล่ะ ตลาดหุ้นไทยปรับฐานแรงเลย

ชยนนท์ : ใช่ครับ จริงๆ มุมมองทางเทคนิคนั้นมีสัญญาณเตือนอยู่เหมือนกัน ประการแรกเลย คือ หลังผ่านประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญมา ซึ่งถือเป็นข่าวดีและเป็นปัจจัยบวกของตลาดหุ้นไทย กลับทำให้หุ้นไทยวิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้แถวๆ 1,558 จุด แค่นั้น แต่ก็มีแรงขายจากนักลงทุนสถาบันกดดันให้ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบ 1,520-1,550 จุด ตรงนี้ไม่ไปไหนสักที

เจษฎา : ฝั่งค่าเงินบาท หลังจากที่แข็งค่าต่ำกว่า 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ก็ลงมาเทรดในกรอบ 34.50-34.80 บาท/เหรียญสหรัฐ ตลอดทั้งเดือน ทั้งๆ ที่ยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยก็ยังคงมีเรื่อยๆ ซึ่งแปลว่าต่างชาติยังสะสมหุ้นไทย

ชยนนท์ : ซึ่งจริงๆ ก็สอดคล้องกับทิศทาง Fund Flow ที่ไหลเข้าเอเชียนะครับ เพราะจากข้อมูลของ Bloomberg เราก็จะเห็นว่าเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง ไหลเข้ามากที่สุดก็คือ เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย และไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเป็นอันดับ 4 ของเอเชียทีเดียว (ข้อมูลของ Bloomberg ไม่ได้มีรวมเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นจีน)

เจษฎา : แต่ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยทำจุดสูงสุดใหม่ไม่ได้ ไม่ผ่าน 1,550 จุด ขึ้นไปสักที เราจะเห็นว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านในกลุ่ม TIP (ThailandIndonesia และ Philippines) ไม่สามารถผ่านจุดสูงสุดใหม่ขึ้นไปได้เหมือนกัน และตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ก็พบว่าต่างชาติเริ่มขายสุทธิในตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์บ้าง หลังจากที่ซื้อสุทธิมาตั้งแต่หลังสหราชอาณาจักรโหวต BREXIT

ชยนนท์ : ไปดูฟากตลาดตราสารหนี้ ผมว่าน่ากังวลเหมือนกันนะคุณเจท เพราะ Bond Yield ของไทย (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มย่างเข้าไตรมาส 3 ทั้งๆ ที่ค่าเงินบาทก็แข็งค่า ในตลาดหุ้นก็มีเงินซื้อสุทธิเข้ามาแทบทุกวัน ตรงนี้คุณมองว่ายังไง

เจษฎา : สาเหตุหลักจริงๆ ที่ Bond Yield ปรับตัวขึ้น ก็เพราะความกังวลว่าเฟดจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ ที่เหลือการประชุมอีกแค่ 3 ครั้ง คือ เดือนนี้ เดือน พ.ย. และเดือน ธ.ค. ตลาดเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยแน่ๆ จึงมีนักลงทุนบางส่วนที่นำเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ กำไรทั้งค่าเงิน กำไรทั้งจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี เริ่มขายทำกำไรกันบ้าง เขาก็ต้องล็อกผลตอบแทนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลงเป็นเรื่องธรรมดา

ชยนนท์ : แบบนี้แปลว่า ถ้าธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยจริง เงินจะยิ่งไหลออกหรือเปล่าคุณเจท

เจษฎา : สุดท้ายมันอยู่ เราเชื่อว่าเฟดจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ในอัตราเร่งเร็วขนาดไหน ถ้า 1 ปี ขึ้น 1 ครั้งแบบนี้ ผมว่าเงินทุนไม่ไหลออกหรอกครับ และจากที่เราตรวจสอบ Fund Flow กันมาในรอบ 1 เดือน เราก็ไม่เห็นสัญญาณผิดปกติว่าต่างชาติจะเอาเงินออกไปเร็วๆ นี้ และโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 21 ก.ย. ที่จะถึงก็ถือว่าน้อยลงมากๆ ผมว่าไม่น่ากังวลว่าต่างชาติจะขนเงินกลับในเร็ววันครับ

ชยนนท์ : ผมได้มีโอกาสอ่านบทวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย มีการดูข้อมูลย้อนหลังว่าช่วงที่ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นระลอกๆ แต่ละรอบซื้อหนักขนาดไหน พบว่าตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ไม่เคยซื้อเกิน 1.2 แสนล้านบาทเลย นี่อาจเป็นอีกสัญญาณนะคุณเจทที่เราต้องระวังหน่อยว่า Fund Flow จะชะลอการไหลเข้ามา ซึ่งอาจเพราะรอดูสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยจากเฟดก็เป็นไปได้

เจษฎา : ผมสรุปทั้งหมดทั้งมวลให้นะคุณแบงค์ ผมเชื่อว่า Fund Flow ไม่ไหลออกมาระยะสั้นๆ ความผันผวนที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐานของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่วิ่งขึ้นตามไม่ทันราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมา เชื่อว่าเมื่อตลาดรับรู้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปสักระยะ เงินทุนจะยังไหลเข้าตลาดเกิดใหม่รวมถึงหุ้นไทยอีกรอบ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง