
หอการค้าปั้นนศ. สู่เจ้าของธุรกิจ
เป็นสองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีไอเดียความสามารถ ความมุ่งมั่นอยากเป็นผู้ประกอบการอย่างแท้จริง
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เป็นผู้ประกอบการแห่งอนาคตของประเทศไทย กับนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ ที่ได้เรียนใน วิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และได้รับงบสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย วงเงิน 2 หมื่นบาทในการเริ่มต้น ทำธุรกิจซื้อมาขายไป จึงผลักดันให้นักศึกษาก้าวสู่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จในอายุเพียง 20 กว่าปี สร้างรายได้หลักหมื่นบาทจนถึงแสนบาทต่อเดือน
“เบนซ์ ศักดารักษ์” นักศึกษาปีที่สาม เจ้าของธุรกิจ Magic beans (ThaiMagicBean) ถั่ววิเศษแห่งความรัก ที่เป็นถั่วอักษรสื่อความรู้สึกได้ เปิดเผยว่า จากความสนใจในการเป็นผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ จึงสร้างธุรกิจ Magic beans โดยนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ พร้อมกับได้รับเงินทุนเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัย 2 หมื่นบาท
การเริ่มต้นทำตลาด จะผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/ThaiMagicBean/ และอินตราแกรม ทำให้คนเริ่มรู้จัก เพราะสินค้ามีความแปลกใหม่ พร้อมกับทำโฆษณาสินค้าผ่านเฟซบุ๊กแอด งบลงทุน 150 บาทต่อวัน ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น อีกทั้งการมุ่งให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า พร้อมมีชุดสินค้าให้ลูกค้านำไปปลูกได้ทันที จึงเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาถือว่า ธุรกิจคืนทุนที่ได้ลงทุน สร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 6 หมื่นบาท หรือบางเดือนสูงถึง 9 หมื่นบาท
ระยะต่อไป สนใจสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ ถั่ววิเศษ โดยกำลังพัฒนาให้สามารถมีอักษะเป็นชื่อต่างๆ เช่น ทำเป็นชื่อเจ้าของ หรือชื่อคนรักได้ เพื่อเพิ่มความพิเศษให้แก่ต้นถั่วมากขึ้น เชื่อมั่นว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าเพิ่มขึ้น โดย “เบนซ์” กล่าวต่อว่า หากเรียนจบในมหาวิทยาลัย ก็สนใจสร้างธุรกิจใหม่หลายอย่าง โดยมีความสนใจหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับเงินและทองเจาะกลุ่มวัยรุ่น หรือธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าฮีโร่
“รชต เอี่ยมสงคราม” นักศึกษาปีที่สี่ เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับ “แจ๊ะ” (Chae) กล่าวว่า ตนเองมีความชอบในเครื่องประดับ จึงเริ่มศึกษาการจำหน่ายเครื่องประดับ และค้นข้อมูลผ่านเว็บไซด์พบว่ามีคนจำหน่ายน้อย ทำให้สร้างธุรกิจ จำหน่ายเครื่องประดับสแตนเลส แนววินเทจ เรโทร ผ่านเฟซบุ๊ก www.facebook.com/chae.accessory โดยในช่วงแรกได้นำเสนอสินค้าที่ลูกค้าซื้อผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจกับแบรนด์มากขึ้น ในปัจจุบันมียอดลูกค้าเป็นแฟนเพจกว่า 5 หมื่นคน
ขณะเดียวกันตนเองได้ไปลงเรียนด้านการทำตลาดและธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างจริงจัง เพื่อขยายตลาดและเพิ่มฐานลูกค้า รวมทั้งได้ทำเว็บไซด์ในชื่อ www.bychae.net ส่วนองค์ประกอบการที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบกับแบรนด์ ยังมาจากการนำเสนอข้อมูลสินค้าที่เป็นจริง นำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ และให้ความจริงใจต่อลูกค้า ส่วนงบลงทุนโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กแอด ระดับ 1 หมื่นบาทต่อเดือน
ส่วนราคาเครื่องประดับ จะเริ่มต้น 290 บาทไปจนถึง 1,200 บาท ซึ่งธุรกิจสามารถรายได้ต่อเดือนกว่า 1 แสนบาท ถือว่าคืนทุนที่มหาวิทยาลัยได้ให้งบลงทุนช่วงต้นที่ 2 หมื่นบาทแล้ว ส่วนเป้าหมายของธุรกิจ สนใจเปิดหน้าร้านของแบรนด์ เพื่อสร้างเป็นโชว์รูมของสินค้า และร่วมออกแบบดีไซน์สินค้าเอง ทำให้สินค้ามีความแตกต่าง โดยปัจจุบันมีคู่แข่งเข้ามาในธุรกิจมากขึ้น แบรนด์ก็ต้องมีการปรับตัว มีการจัดทำโปรโมชั่นและการจัดทำโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
“รชต” กล่าวต่อว่า การที่จะสามารถสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ได้สนใจทำธุรกิจและค้าขายออนไลน์หลายรายการ มีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ จนกระทั่งหาธุรกิจที่ตรงกับตัวเองและความชอบได้ โดยความสนใจสร้างธุรกิจสู่ผู้ประกอบการมาจากความชอบส่วนตัว เชื่อมั่นว่า การได้ทำสิ่งที่ชอบและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ไม่หยุดที่จะพัฒนา จะผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้ดี
เป็นสองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีไอเดียความสามารถ ความมุ่งมั่น ไม่กังวลที่จะล้มเหลว รวมทั้งทั้งคู่มีหัวใจที่อยากเป็นผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เพราะทั้งสองคนที่บ้านไม่ได้ทำธุรกิจ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างธุรกิจไทย และร่วมผลักดันให้ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ในประเทศเติบโต







