
ขนSMEบุกเพื่อนบ้าน
กสอ.ดันเอสเอ็มอี 300 รายบุกซีแอลเอ็มวี คาดยอดขายโต 100 ล้าน แนะศึกษานโยบายรัฐบาลท้องถิ่น
กสอ.ดันเอสเอ็มอี 300 รายบุกซีแอลเอ็มวี คาดยอดขายโต 100 ล้าน แนะศึกษานโยบายรัฐบาลท้องถิ่น
นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 กสอ.เตรียมพาผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอีราว 200-300 ราย ออกไปขยายช่องทางการค้าในต่างประเทศผ่านโครงการต่างๆ ของ กสอ.เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งแต่ละประเทศจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันและมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กิจกรรมบิซิเนสแมตชิ่งโดยร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คาดว่าผลจากการเจรจาจะสร้างมูลค่าได้กว่า 100 ล้านบาท
ขณะที่แต่ละประเทศมีความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน โดยการลงทุนในประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นการลงทุนและส่งออกในด้านอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร สปป.ลาวเป็นการผลิตในหมวดพลังงาน เมียนมาเป็นการลงทุนและส่งออกในด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องมือการเกษตร และเวียดนามเป็นการลงทุนและส่งออกในผลิตภัณฑ์อาหารและชิ้นส่วนยานยนต์ โดยภาพรวมอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนี้ ได้แก่ การก่อสร้าง อาหารแปรรูป และการเกษตร
สำหรับ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เป็นกลุ่มประเทศที่ยังคงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้าขายและการส่งออกในกลุ่มนี้มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชา โดยภาพรวมการส่งออกปี 2558 มีมูลค่า 7.52 แสนล้านบาท และในปีนี้คาดจะขยายตัว 25% มีมูลค่าราว 1.2 ล้านล้านบาททั้งการค้าผ่านแดนและการค้าข้ามแดน
นายซอ ฮัน เอ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา ประจำรัฐคะฉิ่น กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมาต้องศึกษา คือ นโยบายรัฐบาลใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ด้วยอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีผลต่อนักลงทุน แต่นโยบายส่งเสริมการลงทุนยังคงเป็นกรอบเดิม ซึ่งผู้ประกอบการต้องศึกษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากบางแห่งยังไม่มีความพร้อมด้านประปาและไฟฟ้าเต็มที่ ส่วนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดของไทยนั้นส่งผลดีต่อการเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษพะอันในเมียนมา ด้วยจะเชื่อมการกระจายสินค้าจากไทยเข้าสู่เมียนมาได้สะดวกขึ้น







