
รีดภาษีท่อเหล็กไร้สนิม
“พาณิชย์” เรียกเก็บภาษีเอดีท่อเหล็กไร้สนิมจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน เวียดนาม อัตรา 2.38-310.74%
“พาณิชย์” เรียกเก็บภาษีเอดีท่อเหล็กไร้สนิมจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน เวียดนาม อัตรา 2.38-310.74%
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าท่อเหล็กไร้สนิมนำเข้าจากเกาหลีใต้ในอัตรา 11.96-51.53% จีน 145.31% ไต้หวัน 2.38-29.04% และเวียดนาม 310.74% ของราคาซีไอเอฟ
(ค่าสินค้ารวมค่าระวางเรือและค่าประกันภัย) หลังจากไต่สวนแล้วพบว่าสินค้าจากทั้ง 4 ประเทศมีการทุ่มตลาดในไทยจริง โดยขายราคาต่ำกว่าที่ขายในประเทศทั้ง 4 จนส่งผลให้ผู้ผลิตเหล็กชนิดเดียวกันของไทยได้รับผลกระทบและธุรกิจเสียหาย
นอกจากนี้ ยังมีมติให้เปิดการไต่สวนเอดีเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (จีไอ) จากจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ตามคำขอของ บริษัท กรุงเทพผลิตเหล็ก ในเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้มีการนำเข้าเหล็กดังกล่าวเข้ามาในไทยปริมาณมาก และมีการทุ่มตลาดจนผู้ประกอบการของไทยได้รับผลกระทบจริง
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้เปิดให้ทบทวนอัตราอากรเหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากจีน จากเดิมถูกเรียกเก็บอากร 0% ใหม่ ส่วนสาเหตุที่ต้องเปิดทบทวนการเรียกเก็บสินค้าดังกล่าว เนื่องจากภายหลังที่ไทยประกาศเรียกเก็บในอัตรา 0% ไปแล้ว พบว่ายังมีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการทุ่มตลาดของไทยอยู่ ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียหายเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องทบทวนอัตราที่จะเรียกเก็บใหม่ คาดว่าจะประกาศได้ในเร็วๆ นี้ และน่าจะเรียกเก็บอากรในอัตราที่เพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการของไทย
ขณะเดียวกัน ยังมีมติให้ขยายระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบ หรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วทาสี และเคลือบด้วยสังกะสีแล้วทาสีจากเวียดนามออกไปอีก 6 เดือน เพราะมีรายละเอียดในการไต่สวนเพิ่มเติม รวมถึงเห็นชอบร่างผลการไต่สวนชั้นที่สุดเพื่อเรียกเก็บอากรเอดีกับเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบ หรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนจากเวียดนาม คาดว่าจะประกาศอัตราอากรที่จะต้องจัดเก็บได้ในเร็วๆ นี้
“การไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการเอดีทุกกรณี ยืนยันว่าอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและข้อเท็จจริง” น.ส.ชุติมา กล่าว







