posttoday
TFGผลงานพลิกกำไร

TFGผลงานพลิกกำไร

08 กันยายน 2559

TFG พลิกกลับมามีกำไร จ่ายปันผล เปิดแผนขายบุกตลาดกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงหนุนอัตรากำไรสุทธิปี 2560 แตะ 2 หลัก

TFG พลิกกลับมามีกำไร จ่ายปันผล เปิดแผนขายบุกตลาดกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงหนุนอัตรากำไรสุทธิปี 2560 แตะ 2 หลัก

นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปี 2559 จะพลิกมามีกำไรจากปี 2558 ที่ขาดทุน 1,574.31 ล้านบาท และมีโอกาสจะมีผลขาดทุนสะสมที่มี ณ สิ้นไตรมาส 2/2559 จำนวน 580 ล้านบาทได้หมดโดยใช้กำไรจากการดำเนินงานของปีนี้นำมาล้างผลขาดทุนทั้งหมดที่มีได้ หลังจากผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมีกำไรแล้ว 871.54 ล้านบาท

บริษัทมีนโยบายการเน้นการให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นรวมถึงการทำอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ที่สูงในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ระดับ 17% โดยพิจารณาการทางเลือกอื่นที่สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งมีแนวทางที่กำลังพิจารณาทางเลือกการจ่ายหุ้นปันผลให้กับผู้ถือหุ้นจากผลการดำเนินงานงวดปี 2559 นอกจากการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดด้วย โดยเสนอคณะกรรมการก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือน เม.ย. 2560

“หลักการที่บริษัทใหญ่ระดับโลกหลายแห่งที่ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยไม่จ่ายปันผลเป็นเงินสด แต่เน้นสร้างอาร์โออีที่สูงจะสะท้อนไปที่มูลค่าของหุ้นในตลาดที่สูงขึ้น คนอาจมองว่าราคาหุ้น TFG หวือหวาแต่จริงๆ มองว่าไม่ใช่เพราะราคาที่ปรับขึ้นมานั้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น”

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมีกำไรในปีนี้ประกอบด้วยทั้งแผนการลดต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารสัตว์โดยการใช้วัตถุดิบทดแทนกากถั่วเหลืองและข้าวโพด และการผลผลิตของไก่ และบริษัทกำลังศึกษาแนวทางการทำศูนย์กระจายสินค้าภาคเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง จากปัจจุบันที่บริษัทมีสาขาขนาดย่อยที่ใช้เป็นกระจายสินค้าจำนวน 42 สาขา ประกอบกับราคาขายสุกรที่ยังสูงต่อเนื่องในปีนี้เฉลี่ยจะได้ที่ประมาณ 70 บาท/กิโลกรัม จากปี 2558 อยู่ที่ระดับ 60 บาท/กิโลกรัม

ขณะที่ราคาขายไก่ในเดือน ส.ค. เริ่มขยับส่งผลให้ปีนี้จะอยู่ที่ 45 บาท/กิโลกรัม จากปี 2558 อยู่ที่ 35-36 บาท/กิโลกรัม ซึ่งราคาไก่ที่ปรับขึ้นค่อนข้างดีนั้น เพราะประเทศจีนมีอุปทานไก่ในประเทศไม่เพียงพอจนต้องนำเข้าไก่จากต่างประเทศ เพื่อเข้าไปบริโภคและสหรัฐยังมีปัญหาไข้หวัดนกกระทบกับปู่ย่าพันธุ์ด้วย

“เป็นจังหวะที่ดีเพราะบริษัทมีแผนสามารถบริหารลดต้นทุนลงมาได้ดีและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วงราคาขายกำลังขึ้น แต่หากราคาขายตลาดจะลงไปต่ำเท่าที่ปีที่แล้วด้วยต้นทุนของปัจจุบันทำให้บริษัทยังมีความสามารถในการทำกำไรได้ทุกราคา”

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตสุกรในประเทศ 5.4 หมื่นตัว/เดือน และในเวียดนามอีก 7,500 ตัว/เดือน และกำลังผลิตไก่ 4.50 แสนตัว/วัน จากปี 2555 ที่ประมาณ 3.6 แสนตัว/วัน หลังในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มกำลังผลิตไก่ใหม่เป็น 9 หมื่นตัว/วัน และปีนี้มีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ทุกไตรมาสเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้บริษัทได้ปรับพอร์ตการขายสินค้ามุ่งเน้นการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงใน 4 กลุ่มใหม่ที่เป็นสินค้ามูลค่าสูง ได้แก่ กลุ่มแรกส่งออก ซึ่งจะได้ราคาขายสูงกว่าในประเทศราว 8-10 บาท/กิโลกรัม ซึ่งในปีนี้จะส่งออกประมาณ 2.5 หมื่นตัน จากปี 2558 ที่ประมาณ 8,000 ตัน

กลุ่มที่สอง กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ผลิตอาหารเพื่อส่งออก กลุ่มที่สาม ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไส้กรอกไก่ที่ผลิตในเดือน เม.ย. 2559 กลุ่มที่สี่ กลุ่มฟู้ดเซอร์วิส ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทเริ่มทำในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ โดยทำเนื้อสุกรและไก่ชำแหละส่งจำหน่ายให้กับลูกค้า ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มร้านอาหารร้านค้าทันสมัยจำนวน 10 ราย จะสร้างรายได้ในปีนี้ประมาณ 100 ล้านบาท และในปี 2560 จะมีจำนวนลูกค้าเพิ่มเป็นจำนวนประมาณ 30 ราย จะสร้างรายได้เพิ่มเป็นราว 400 ล้านบาท จากการชำแหละชิ้นส่วนสุกรและไก่

นายเชิดศักดิ์ กล่าวว่า สัดส่วนรายได้ของกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงจะเข้าในปี 2559 จะเพิ่มเป็น 25% ของรายได้ทั้งปี 2559 และในปี 2560 สินค้าที่มีมูลค่าสูงจะขยับเพิ่มเป็นประมาณ 40% ขึ้นไป จากปี 2558 ซึ่งยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของรายได้รวมที่เหลือเป็นกลุ่มสินค้าปกติ ทำให้อัตราสุทธิในปี 2560 จะปรับขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก จากช่วงครึ่งแรกปี 2559 ที่ทำได้ 8.83%

นอกจากนั้น ยังรักษาอัตรากำไรสุทธิช่วงครึ่งปีนี้ไว้ได้ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกพลิกจากปี 2558 ที่ติดลบ 8.99% ในปี 2560 และมีแผนที่จะลงทุนสร้างโรงงานไก่ปรุงสุกมูลค่า 1,600 ล้านบาทซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 2/2561 เป็นกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงที่เน้นจำหน่ายในตลาดส่งออก โดยมีตลาดหลักคือญี่ปุ่นที่มีความต้องการสูง ขณะที่ในปีนี้มั่นใจว่ารายได้จะทำได้เกิน 2 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2560 รายได้จะเติบโตขึ้นอีก 15-20%

นายเชิดศักดิ์ กล่าวอีกว่า มองหาโอกาสและศึกษาในการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการเพิ่มโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจปกติ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการลงทุน โดยหลังจากบริษัทเริ่มมีกำไรทำให้มีผู้เสนอธุรกรรมเข้ามาให้ศึกษาจำนวนหลายธุรกรรม บริษัทมีวงเงินการออกหุ้นกู้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยออกในปี 2560-2561 และมีความสามารถในการกู้เพิ่มด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท